ยักษ์ใหญ่วงการสินค้าอุปโภคบริโภคแห่ขึ้นราคาสินค้ารับมือต้นทุนสูง

infoquest

ยูนิลีเวอร์, โคคา-โคลา และแมคโดนัลด์ร่วมกันเปิดเผยเมื่อวานนี้ (26 ก.ค.) ว่า ผลกระทบของเงินเฟ้อทั่วโลกได้ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น และทำให้สินค้ามีราคาแพงขึ้นซึ่งจะสร้างแรงกดดันให้กับภาคครัวเรือนมากขึ้น

ไฟแนนเชียล ไทม์สรายงานว่า กลุ่มบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ที่สุดในโลกบางกลุ่มได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับการปรับขึ้นราคาสินค้าที่จำเป็น หลังจากวอลมาร์ทซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกของสหรัฐเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อจากราคาอาหารและเชื้อเพลิงกำลังส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในหลายประเทศพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี บริษัทแอมะซอนได้ปรับเพิ่มราคาค่าสมาชิกโปรแกรมไพร์ม (Prime) ในตลาดหลัก ๆ ของยุโรป โดยทางแอมะซอนโทษว่าเป็นเพราะอัตราเงินเฟ้อและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยูนิลีเวอร์เตือนถึงสถานการณ์ด้านต้นทุนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ยูนิลีเวอร์เปิดเผยว่า ราคาสินค้าของบริษัท ซึ่งรวมถึงสบู่โดฟ, มายองเนสเฮลแมนส์ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดซิฟ (Cif) เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 11.2% ในไตรมาสที่ 2 เมื่อเทียบกับปีก่อน และจะยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้ช่วยให้ยูนิลีเวอร์รายงานยอดขายที่สูงกว่าคาด แม้ว่าปริมาณที่ขายได้ลดลง 2% เนื่องจากผู้บริโภคเปลี่ยนไปใช้สินค้าที่ราคาถูกกว่า

ด้านโคคา-โคลาเองเปิดเผยรายงานแนวโน้มที่คล้ายคลึงกัน โดยราคาผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ขณะที่แมคโดนัลด์เปิดเผยว่า กำลังพิจารณาเพิ่มตัวเลือกเมนูลดราคามากขึ้น เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อกระตุ้นให้ผู้บริโภคบางรายเปลี่ยนไปซื้อสินค้าทางเลือกที่มีราคาถูกกว่า และยังระบุเสริมว่า ยอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้นได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มราคาเชิงกลยุทธ์ในเมนู

ทั้งนี้ ราคาหุ้นกลุ่มค้าปลีกในสหรัฐร่วงลงอย่างหนักในวันอังคาร (26 ก.ค.) หลังจากบริษัทวอลมาร์ทได้ออกประกาศเตือนเรื่องผลกำไรเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 10 สัปดาห์ เนื่องจากลูกค้าของบริษัทลดการซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็น อาทิ เสื้อผ้า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์