สหรัฐใกล้ถึงจุดวิกฤติ หลังพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงเกือบ 3,000 ราย

infoquest

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือนว่า สหรัฐจวนหมดเวลาในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงแล้ว เนื่องจากสหรัฐพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงแล้วเกือบ 3,000 รายในประเทศ

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐระบุว่า รัฐนิวยอร์กพบผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงมากที่สุดแตะ 900 ราย ตามด้วยแคลิฟอร์เนีย 356 ราย และฟลอริดา 247 ราย

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากปัญหาคอขวดในการตรวจสอบหาเชื้อฝีดาษลิงภายในประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงที่ตรวจพบอาจต่ำกว่าความเป็นจริง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 ก.ค.) สหรัฐพบการติดเชื้อโรคฝีดาษลิงในเด็ก 2 รายเป็นครั้งแรก โดยรายหนึ่งเป็นเด็กเล็กในแคลิฟอร์เนีย และอีกรายหนึ่งเป็นทารกซึ่งไม่ใช่ชาวสหรัฐ

ปัจจุบัน CDC กำลังสืบสวนการติดเชื้อของเด็กทั้งสอง โดยระบุว่า เด็กที่ติดเชื้อฝีดาษลิงสองรายดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกัน และมีแนวโน้มที่จะเป็นการติดเชื้อในครัวเรือน

นอกจากนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (23 ก.ค.) นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ หลังพบการระบาดแล้วในมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือนว่า สหรัฐจะถึงจุดวิกฤติในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐได้ขยายการตรวจหาเชื้อและจัดหาวัคซีนหลายหมื่นโดส แต่ปริมาณวัคซีนที่จำกัดนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์