ปูตินลงนามกฎหมายใหม่ เปิดช่องให้ชาวยูเครนยื่นขอสัญชาติรัสเซียง่ายกว่าเดิม ไม่ต้องทดสอบภาษา-แสดงหลักฐานการเงินก็เดินเรื่องได้

12.07.2022 โดยปัทมาสน์ ชนะรัชชรักษ์ THE STANDARD

วานนี้ (11 กรกฎาคม) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้ลงนามในกฤษฎีกาฉบับใหม่ ขยายช่องทางพิเศษให้ชาวยูเครนทุกคนสามารถยื่นขอสัญชาติรัสเซียได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเคยมีประวัติอยู่ในรัสเซียมาก่อน ไม่ต้องแสดงหลักฐานการเงิน และไม่ต้องผ่านการทดสอบทางภาษาก็สามารถขอสัญชาติได้

ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2019 รัสเซียให้สิทธิดังกล่าวเฉพาะกับผู้ที่อาศัยอยู่ในโดเนตสก์และลูฮันสก์ทางตะวันออกของยูเครนเท่านั้น ซึ่งปูตินกล่าวว่าเขาต้องการปลดแอกผู้คนในดินแดนดังกล่าวให้เป็นอิสระจากยูเครน ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2022 รัสเซียก็ได้ขยายสิทธิดังกล่าวแก่ประชาชนในเมืองเคอร์ซอนและซาปอริซเซียที่กองกำลังรัสเซียยึดครองไว้ได้ รวมถึงยังออกมาตรการอื่นๆ ควบคู่ เช่น ให้สัญชาติรัสเซียแก่เด็กแรกเกิดในพื้นที่ดังกล่าวโดยอัตโนมัติ

นักวิเคราะห์มองว่า การตัดสินใจของปูตินครั้งนี้บ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารัสเซียพยายามหาทางเข้าควบคุมดินแดนยูเครนอย่างถาวร อีกทั้งยังเล็งที่จะขยายอิทธิพลในยูเครนมากกว่าแค่ในเรื่องของกำลังทหาร

ด้านยูเครนได้ออกมาประณามความเคลื่อนไหวดังกล่าว เนื่องจากมองว่าเป็นการทำลายอธิปไตยของชาติ โดยแถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า “กฤษฎีกานี้ละเมิดอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน ซึ่งไม่สอดคล้องกับบรรทัดฐานและหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ”

ดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครน กล่าวว่า “ชาวยูเครนไม่ต้องการสัญชาติของปูติน และความพยายามบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวจะต้องล้มเหลว”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กระทรวงกิจการภายในของรัสเซียเคยเปิดเผยกับสำนักข่าว TASS ว่า มีประชากรมากกว่า 8 แสนคนในภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮันสก์ได้รับสัญชาติรัสเซียผ่านกระบวนการดังกล่าวแล้ว ขณะที่ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติรายงานว่า ปัจจุบันมีชาวยูเครนมากกว่า 1.5 ล้านคนที่ลี้ภัยสงครามในประเทศไปยังรัสเซีย

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี มองว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นการยกระดับความพยายามของกระบวนการ ‘กลืนชาติ’ ของรัสเซีย (Russification) โดยกล่าวว่า “จุดประสงค์ของนโยบายที่ผิดกฎหมายนี้ไม่ใช่เพียงแต่ต้องการจะขโมยคนของเรา แต่รัสเซียยังต้องการให้พวกเขาลืมเรื่องราวเกี่ยวกับยูเครนและไม่สามารถเดินทางกลับมาได้อีก”

แฟ้มภาพ: Contributor / Getty Images

อ้างอิง:

Cr. THE STANDARD