ความเชื่อมั่นผู้ผลิตญี่ปุ่นลด 2 ไตรมาสติดกัน เหตุต้นทุนสูง-ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน

infoquest

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นในไตรมาส 2/2565 ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 เนื่องจากผลกระทบของต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมทั้งปัญหาห่วงโซ่อุปทานติดขัดที่เกิดจากการที่จีนใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 2 ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรถยนต์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์นั้น อยู่ที่ระดับ 9 ลดลงจากระดับ 14 ในไตรมาส 1 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 13

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มบริษัทนอกภาคการผลิตซึ่งรวมถึงภาคบริการนั้น อยู่ที่ระดับ 13 ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นจากระดับ 9 ในไตรมาส 1

รายงานของ BOJ ระบุว่า กลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านทุนอีก 18.6% ในปีงบประมาณปัจจุบันซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมี.ค. 2566 ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 8.9%

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่จะเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ BOJ ใช้พิจารณาในการประชุมกำหนดนโยบายครั้งต่อไปซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20-21 ก.ค.นี้ โดยที่ประชุมจะมีการเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจและเงินเฟ้อรายไตรมาส

เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มอ่อนแรงลงในไตรมาสปัจจุบัน เนื่องจากผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในจีน รวมทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และปัญหาห่วงโซ่อุปทานติดขัดซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.ลดลง 7.2% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบ 2 ปี

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์