“คอยน์เฟลกซ์” ระงับลูกค้าถอนเงินวันนี้ จากผลกระทบตลาดคริปโทฯทรุด

infoquest

นายมาร์ค แลมบ์ ซีอีโอบริษัทคอยน์เฟลกซ์ (CoinFlex) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีและกำลังประสบปัญหาด้านการเงินเปิดเผยว่า ทางบริษัทอาจจะไม่สามารถอนุญาตให้ลูกค้าถอนเงินได้ตามแผนที่วางไว้ในวันนี้ (30 มิ.ย.) โดยบริษัทต้องการเวลามากขึ้น และคาดว่าอาจจะอนุญาตให้ลูกค้าถอนเงินได้ในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ค.)

ทั้งนี้ คอยน์เฟลกซ์กำลังเจรจากับกองทุนขนาดใหญ่หลายรายที่มีความสนใจจะซื้อกิจการของคอยน์เฟลกซ์ โดยขณะนี้บริษัทมีหนี้สินจำนวน 47 ล้านดอลลาร์ซึ่งนายโรเจอร์ เวอร์ ซีอีโอของบริษัทบิตคอยน์.คอมติดค้างอยู่

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า คอยน์เฟลกซ์เป็นบริษัทรายล่าสุดที่ได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของตลาดคริปโทฯ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าตลาดคริปโทฯ หายไปเป็นจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ โดยมูลค่าของบิตคอยน์ร่วงลงไปแล้วกว่า 50% ในปีนี้ ขณะที่มูลค่าของอีเธอร์ทรุดตัวลงรุนแรงถึง 70% ในปีนี้

ในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เซลเซียส เน็ตเวิร์กส์ (Celsius Networks) ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มปล่อยกู้คริปโทเคอร์เรนซีใหญ่ที่สุดในโลกประกาศระงับการให้บริการด้านการถอน การแลกเปลี่ยน และการโอนระหว่างบัญชีทั้งหมดเป็นชั่วคราว เนื่องจากตลาดประสบความผันผวนอย่างหนัก

ส่วนเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. บริษัททรี แอโรว์ส แคปิตอล (Three Arrows Capital หรือ 3AC) ซึ่งเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์ของสิงคโปร์ที่เน้นลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี ผิดนัดชำระหนี้เงินกู้มูลค่ากว่า 670 ล้านดอลลาร์ที่จะต้องจ่ายให้กับบริษัทวอยเอเจอร์ ดิจิทัล (Voyager Digital)

ในช่วงเช้าวันนี้ ราคาบิตคอยน์ร่วงหลุดจากระดับ 20,000 ดอลลาร์เช้านี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้งปัญหาสภาพคล่องที่เกิดขึ้นกับบริษัทคริปโทเคอร์เรนซีหลายราย

วีเจย์ เอย์ยาร์ รองประธานฝ่ายพัฒนาและกิจการต่างประเทศของบริษัทลูโนซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโทเคอร์เรนซี เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า ราคาบิตคอยน์มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 17,000-22,000 ดอลลาร์เป็นระยะเวลาหนึ่ง เมื่อพิจารณาจากบรรยากาศการซื้อขายในตลาดขณะนี้ และคาดว่า หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ค. ก็จะยิ่งสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท ซึ่งรวมถึงคริปโทฯ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์