เกาหลีเหนือเริ่มกระอักหลังมูลค่าคริปโทฯที่ขโมยมาทรุดหนักตามราคาตลาด

infoquest

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบแวดวงคริปโทเคอร์เรนซีกล่าวว่า การทรุดตัวลงของตลาดคริปโทฯ ได้ส่งผลให้บรรดาแฮกเกอร์ของเกาหลีเหนือสูญเงินเป็นจำนวนหลายล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแหล่งเงินทุนสำคัญในการสนับสนุนโครงการขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

นายนิค คาร์ลเซน นักวิเคราะห์จากทีอาร์เอ็ม แล็บส์ (TRM Labs) ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนคริปโทฯ ในสหรัฐเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า มูลค่าคริปโทฯ หลายสิบล้านดอลลาร์ของเกาหลีเหนือที่ได้จากการจารกรรมตั้งแต่ปี 2564 นั้น ได้สูญหายไปถึง 80-85% เพียงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และขณะนี้เหลืออยู่ไม่ถึง 10 ล้านดอลลาร์ โดยในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ลาซารัส กรุ๊ป (Lazarus Group) ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ ได้จารกรรมเงินคริปโทฯ มูลค่า 615 ล้านดอลลาร์จากบล็อกเชนโรนิน บริดจ์ (Ronin Bridge) ซึ่งเป็นเครือข่ายบล็อกเชนที่ให้บริการเกมออนไลน์ “Axie Infinity”

นายคาร์ลเซนกล่าวว่า การเคลื่อนไหวของราคาที่เชื่อมโยงกันของสินทรัพย์คริปโทฯ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแฮกนั้น ทำให้ยากที่จะประเมินได้ว่าคริปโทฯ ที่เกาหลีเหนือจารกรรมมานั้นมีมูลค่ามากเท่าใด และหากแฮกเกอร์ยังคงทำการจารกรรมจนถึงทุกวันนี้ ก็คาดว่าเหรียญอีเธอร์ที่ถูกจารกรรมไปจะมีมูลค่ามากกว่า 230 ล้านดอลลาร์ แต่เกาหลีเหนือได้สวอปเหรียญอีเธอร์เกือบทั้งหมดไปเป็นบิตคอยน์ซึ่งมีการเคลื่อนไหวของราคาแยกจากกัน

ข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า เกาหลีเหนือได้ระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการจารกรรมคริปโทฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพในการแฮกเข้าสู่แพลตฟอร์มคริปโทฯ มากขึ้น และสามารถสร้างขุมทรัพย์คริปโทฯ ขนาดใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมี.ค. โดยมีมูลค่าเกือบ 615 ล้านดอลลาร์

แต่การที่มูลค่าของคริปโทฯ ทรุดตัวลงนับตั้งแต่เดือนพ.ค.ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ทำให้ความสามารถในการระดมเงินทุนของเกาหลีเหนือนั้นลดน้อยลง และอาจส่งผลกระทบต่อแผนการหาเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงการขีปนาวุธ

ข้อมูลจากบริษัทเชนอนาไลซิส (Chainanalysis) ซึ่งเป็นผู้ติดตามเส้นทางการทำธุรกรรมของเงินดิจิทัล ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลาซารัส กรุ๊ป ได้จารกรรมคริปโทเคอร์เรนซีไปแล้วมูลค่ากว่า 1,750 ล้านดอลลาร์ และเชื่อว่าแฮกเกอร์รายนี้มีความเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์หลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการแฮกข้อมูลของบริษัทโซนี่ พิกเจอร์ ในปี 2557

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์กล่าวว่า เกาหลีเหนือพยายามใช้คริปโทเคอร์เรนซีเป็นช่องทางในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐในหลายโอกาส และมีความเป็นไปได้ว่าเกาหลีเหนืออาจใช้คริปโทเคอร์เรนซีเพื่อช่วยเหลือรัสเซียในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรในระหว่างการทำสงครามกับยูเครนด้วยเช่นกัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์