BOJ ย้ำใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไป ชี้ญี่ปุ่นไม่ถูกกระทบจากวิกฤตเงินเฟ้อโลก

infoquest

นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวในงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ซึ่งมีการบันทึกวิดีโอและเปิดเผยในวันนี้ (29 มิ.ย.) ว่า BOJ จะเดินหน้าใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ (Ultra-loose Monetary Policy) ต่อไป เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่ได้รับกระทบรุนแรงจากวิกฤตเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทั่วโลก

นายคุโรดะกล่าวว่า แม้ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อพุ่งขึ้น 2.1% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ในเดือนพ.ค. แต่การปรับตัวขึ้นของเงินเฟ้อส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน พร้อมกับกล่าวว่า ในขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่นมีแนวโน้มเคลื่อนไหวที่ระดับ 2% ตลอดปีนี้ แต่ก็คาดว่าอาจจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับราว 1% ในปีงบประมาณปีหน้าซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนเม.ย. 2566

“เศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่เหมือนประเทศอื่น ๆ เราไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากวิกฤตเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทั่วโลก ดังนั้นนโยบายการเงินของ BOJ จะยังคงเป็นไปในลักษณะผ่อนคลาย” นายคุโรดะกล่าว

นอกจากนี้ นายคุโรดะกล่าวว่า “หลังจากญี่ปุ่นเผชิญกับภาวะเงินฝืดเป็นเวลานานถึง 15 ปีจนถึงปี 2556 บริษัทเอกชนของญี่ปุ่นก็เริ่มมีความระมัดระวังในการปรับขึ้นราคาสินค้าและค่าแรง เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและบริษัทเอกชนมีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ตลาดแรงงานก็เริ่มตึงตัว แต่ค่าแรงและราคาสินค้าไม่ได้ปรับตัวขึ้นมากนัก”

ทั้งนี้ แม้ว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งขึ้น และเงินเยนอ่อนค่าลงซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบสูงขึ้น ได้ผลักดันให้ตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นเหนือเป้าหมายของ BOJ ที่ระดับ 2% แต่นายคุโรดะยังคงย้ำถึงความจำเป็นในการคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษ (Ultra-low interest rates) จนกว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะถูกขับเคลื่อนโดยอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็อาจจะทำให้ BOJ ดำเนินนโยบายการเงินตามทิศทางธนาคารกลางทั่วโลกด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์