นักวิจัยคาดอังกฤษจะไม่กลับไปใช้มาตรการคุมเข้ม แม้โควิดส่อเค้าระบาดใหม่

infoquest

บรรดานักวิจัยและแพทย์ระบุว่า อังกฤษไม่น่าจะกลับไปบังคับใช้มาตรการป้องกันโควิด-19 ในช่วงฤดูร้อนนี้ แม้ว่าจะเข้าสู่การระบาดระลอกใหม่ก็ตาม เว้นแต่ลักษณะการแพร่ระบาดของไวรัสจะเปลี่ยนแปลงไปมาก

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า ชาวอังกฤษกว่า 1.7 ล้านคน หรือ 1 ใน 35 คน มีผลตรวจโควิดเป็นบวกในช่วงสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 18 มิ.ย.

ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 75% จากระดับเมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่อังกฤษจะเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบรอบ 70 ปี ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 นอกจากนี้ ยังเกิดขึ้นก่อนถึงช่วงการจัดงานเทศกาลดนตรีและการแข่งขันกีฬาที่มีผู้คนเข้าร่วมจำนวนมากในฤดูร้อนนี้ ซึ่งนั่นบ่งชี้ว่า อาจทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นตามมาอีก

อย่างไรก็ดี รองศาสตราจารย์ไซมอน คลาร์ก ผู้เชี่ยวชาญสาขาจุลชีววิทยาระดับเซลล์ มหาวิทยาลัยเรดดิง (University of Reading) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า “ผมคิดว่า เราจะไม่กลับไปบังคับใช้มาตรการคุมเข้มอีก เว้นแต่สถานการณ์มีแนวโน้มว่า จะไม่สามารถควบคุมจัดการบริการสุขภาพได้ โดยเฉพาะบริการดูแลผู้ป่วยวิกฤต”

สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) เปิดเผยว่า “ผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อไวรัสโอมิครอน สายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 ซึ่งเป็นสองสายพันธุ์ย่อยใหม่ ที่กำลังระบาดเป็นสายพันธุ์หลักในอังกฤษ”

รองศาสตราจารย์คลาร์กกล่าวว่า “หากมีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายเกิดขึ้น จะต้องดูว่าหออภิบาลผู้ป่วยหนัก (ICU) จะแบกรับภาระหนักได้หรือไม่

UKHSA ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8.2% ขณะที่อัตราการเข้ารักษาตัวใน ICU และอัตราผู้ป่วยที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดนั้นยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.2%

“แผนก ICU เป็นจุดคอขวด และหากเราเจอปัญหาในส่วนนี้ ก็จะไม่สามารถรับมือกับการระบาดได้”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์