ประธานก.ล.ต.สหรัฐฯ เผย กำลังร่าง `กฎหมายใหม่` สำหรับคริปโทโดยเฉพาะ!

27 มิ.ย. 65 12:07 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

 ‘Gary Gensler’ ปธ. SEC เผยกำลังร่าง ‘กฎหมายใหม่’ สำหรับคริปโท เพื่อปกป้องนักลงทุนจากการปันราคา, การโกง ฯลฯ เตรียมกำหนดว่าเหรียญใดบ้างเป็น ‘หลักทรัพย์’ เหรียญใดบ้างเป็น ‘สินค้าโภคภัณฑ์’

  จากรายงานของ The Financial Times ในวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการระบุว่า ‘Gary Gensler’ ประธานสำนักงานก.ล.ต. สหรัฐฯ หรือ SEC กำลังมีแผนที่จะร่วมมือกับ ‘Commodities Futures Trading Commission’ หรือ ‘CFTC’ ที่เป็นองค์กรกํากับดูแลการซื้อขายอนุพันธ์ของสหรัฐฯ ในการออกข้อกฎหมายใหม่สำหรับคริปโทโดยเฉพาะ

  โดยระบุว่าข้อกฎหมายใหม่ดังกล่าวจะเป็นการยกระดับ ‘ความปลอดภัย’ และ ‘ความโปร่งใส’ ให้กับนักลงทุนเมื่อมีการแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี

  รวมไปถึง ‘Gary Gensler’ ยังได้เปิดเผยว่าในขณะนี้ทาง SEC กำลังมีการจัดเตรียมเอกสารจำกัดความว่าคริปโทเคอร์เรนซีใดบ้างจะถูกกำหนดให้เป็น Commondity หรือ ‘สินค้าโภคภัณฑ์’ และอาจจะมีการส่งต่อคริปโทเหล่านั้นให้อยู่ภายใต้การดูแลของ CFTC ต่อไป

  นั่นก็จะหมายความว่าถ้าหากข้อกำหนดดังกล่าวออกมาจริง สินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซีก็จะถูกแบ่งออกเป็นประเภท ‘หลักทรัพย์’ ที่จะขึ้นตรงกับ SEC และที่เป็น ‘สินค้าโภคภัณฑ์’ ที่จะขึ้นตรงกับ CFTC

  “ผมกำลังพูดถึงฉบับกฎหมายที่มีกฎเดียว กฎหมายที่จะบังคับใช้กับเอ็กซ์เช้นจ์เพื่อปกป้องการซื้อขายคริปโทไม่ว่าจะเป็นคู่เหรียญใด ไม่ว่าจะเป็นเหรียญหลักทรัพย์ กับเหรียญหลักทรัพย์, เหรียญหลักทรัพย์ กับเหรียญสินค้าโภคภัณฑ์ หรือจะเหรียญสินค้าโภคภัณฑ์ กับเหรียญสินค้าโภคภัณฑ์”

  อ้างอิงจาก ‘Gary Gensler’ กฎหมายดังกล่าวจะเป็นการปกป้องนักลงทุนจากการปั่นตลาด, การหลอกลวง, การ Front run หรืออื่นๆ ซึ่งจะจำเป็นให้บริษัทคริปโทต่างๆ ต้องมีการมาลงทะเบียนกับ SEC ด้วย

  “กฎหมายฉบับนี้จะช่วยสังคมของเราได้มาก ถ้าหากอุตสาหกรรมคริปโทต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้า ตลาดของมันจะต้องได้รับความเชื่อมั่นมากกว่านี้” เขากล่าว

  ซึ่งความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของ SEC ก็อาจจะเป็นเรื่องดีต่ออุตสาหกรรมคริปโท ซึ่งในปัจจุบันนี้เราปฎิเสธไม่ได้เลยว่าคริปโทเคอร์เรนซีในปัจจุบันยังไม่มีข้อกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อปกป้องนักลงทุนอย่างที่ควร

  หรือแม้แต่ Michael Saylor นักลงทุน Bitcoin ชื่อดังก็ยังเคยออกมาบอกว่าอุตสาหกรรมคริปโทนั้นควรที่จะมีกฎหมายข้อบังคับที่ชัดเจนกว่านี้ ซึ่งจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นของสถาบันต่างๆ และสถาบันเหล่านั้นอาจจะนำใช้คริปโทเคอร์เรนซีมากยิ่งขึ้น

ที่มา: Dailyhodl, CNBC

เรียบเรียง  พงศภัค รจนา 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 

Cr.efinancethai