คนอินเดีย มาเที่ยวไทย อันดับ 1 แซงจีนแล้ว

23 มิ.ย. 2022 ลงทุนแมน

“100,884 คน” คือจำนวนนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 24 พฤษภาคม 2565
ซึ่งเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับ 1 แซงหน้าทุกประเทศ

ในวันที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหลักของไทย
โดยเฉพาะชาวจีน ยังไม่กลับมา เนื่องจากการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด 19 อย่างเข้มงวด
และชาวรัสเซียที่ลดจำนวนลงมากจากปัญหาสงคราม

นักท่องเที่ยวชาวอินเดียจึงกลายเป็นความหวังที่จะพาให้การท่องเที่ยวไทยในปีนี้ฟื้นตัวขึ้นมาจากความซบเซาในปีก่อนหน้า

หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2561 ที่การท่องเที่ยวไทยมาถึงจุดสูงสุด ก่อนการเกิดวิกฤติโควิด 19

นักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทยมากเป็นอันดับ 3
ด้วยจำนวนกว่า 2,045,846 คน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

และสร้างรายได้กว่า 80,040 ล้านบาท เป็นอันดับ 5 รองจากนักท่องเที่ยวชาวจีน มาเลเซีย รัสเซีย และญี่ปุ่น

การเติบโตของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียในช่วงก่อนปี 2562
มีสาเหตุหลักมาจากจำนวนชนชั้นกลางของอินเดียที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
เมื่อรวมกับการที่ประเทศไทยตั้งอยู่ไม่ไกลจากอินเดียมากนัก ใช้เวลาเดินทางเพียง 3-4 ชั่วโมง
มีสถานที่ท่องเที่ยวครบครัน โดยเฉพาะชายหาด สถานที่ช็อปปิง และแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวอินเดียประทับใจในประเทศไทย ก็ยังมีหลายประการ
ไม่ว่าจะเป็น..

ประการแรก วัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน

ประเทศไทยได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากอินเดียมาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นศาสนา ความเชื่อ
การเคารพบูชาเทพเจ้า ไปจนถึงอาหารการกิน ชาวอินเดียสามารถหาร้านอาหารอินเดียในไทยได้ไม่ยาก ในขณะที่อาหารไทยก็เป็นที่ถูกใจของชาวอินเดีย

ประการที่ 2 ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งถนนหนทางที่ทั่วถึง สาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา สัญญาณโทรศัพท์ที่ครอบคลุม
ไปจนถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต ในเขตกรุงเทพฯ ก็มีรถไฟฟ้า ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาได้รับความสะดวกสบาย

ประการที่ 3 การบริการที่มีคุณภาพ ในราคาที่ไม่แพง

ประเทศไทยมีความโดดเด่นในบริการด้านการท่องเที่ยว และมีบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่พร้อม
ไม่ว่าจะเป็นภาคโรงแรม ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อนและจัดเลี้ยง ไปจนถึงร้านนวด สปา
ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ร้านอาหาร สถานบันเทิง โดยทั้งหมดล้วนมีราคาที่คุ้มค่า

ซึ่งก็ล้วนตอบโจทย์นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย จนทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวที่สำคัญของชาวอินเดีย

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ หากดูจากสัดส่วนการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียแล้ว
สัดส่วนที่มากที่สุด จะใช้จ่ายไปกับการช็อปปิง 25% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่รายละเอียดสินค้าที่ชื่นชอบจะแตกต่างกันไป

โดยชาวอินเดียจะนิยมช็อปปิง ตั้งแต่อัญมณีและเครื่องประดับ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า
โดยเฉพาะโทรทัศน์

แต่สัดส่วนที่น่าสนใจ คือ ค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิง ที่ชาวอินเดียใช้จ่ายถึง 12%
ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากกว่านักท่องเที่ยวชาวเอเชียเกือบ 2 เท่า

ซึ่งค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิงจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ กลุ่มเพื่อนวัยรุ่น-วัยทำงาน กับกลุ่มครอบครัว

กลุ่มเพื่อนวัยรุ่น-วัยทำงาน ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ชาย นิยมท่องเที่ยวยามค่ำคืน
โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวชายทะเลอย่างพัทยา ภูเก็ต และกรุงเทพฯ

ส่วนกลุ่มครอบครัว จะชอบเดินทางไปพักผ่อนยังสวนน้ำ สวนสนุก หรือสวนสัตว์ ทั้งในกรุงเทพฯ และตามเมืองท่องเที่ยวชายทะเล

นอกจากสัดส่วนค่าใช้จ่ายหลักแล้ว ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่น่าจับตามองอยู่อีก 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก คือ การจัดงานแต่งงาน

ประเทศไทยสามารถดึงดูดคู่แต่งงานชาวอินเดียและครอบครัว ด้วยบริการที่ครบครันในราคาที่คุ้มค่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประเมินว่า งบประมาณในการจัดงานแต่งงานแบบอินเดียในไทย เฉลี่ยเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท จนอาจสูงถึง 50 ล้านบาทต่อคู่ และใช้ระยะเวลาจัดงานประมาณ 5-7 วัน

ถึงแม้ว่าจะดูเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง แต่รู้ไหมว่าก็ยังต่ำกว่าที่ใช้จัดงานในอินเดียถึง 2-3 เท่า
โดยในช่วงก่อนเกิดโควิด 19 มีคู่แต่งงานชาวอินเดียมาจัดงานในไทยไม่ต่ำกว่า 400 คู่ต่อปี

อีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจับตามอง ก็คือ กลุ่มถ่ายทำภาพยนตร์

อุตสาหกรรมภาพยนตร์อินเดีย เป็นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
โดยกองถ่ายบางส่วนจะนิยมถ่ายทำในต่างประเทศ ซึ่งหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นิยมมาก ๆ
ก็คือ ประเทศไทย ด้วยความที่ไทยมีโลเคชันที่สวยงาม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวชายทะเล มีที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมสำหรับทีมงาน

ซึ่งกองถ่ายภาพยนตร์ของอินเดีย เป็นกองถ่ายที่เดินทางมาถ่ายทำในไทยมากที่สุด
ในช่วงตั้งแต่เปิดประเทศปลายปี 2564 ถึงต้นปี 2565

จากการคาดการณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในปี 2565 นี้ นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย
จะเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย อยู่ที่ราว 500,000-600,000 คน
สร้างรายได้กว่า 20,000 ล้านบาท

และจะทยอยเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนอยู่ที่ราว 2,000,000 คน ในปี 2566

หากคิดในแง่ที่ว่า อินเดียกำลังกลายเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกกว่า
1,450 ล้านคน และจำนวนชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อของประเทศนี้ก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ก็เป็นที่น่าติดตามกันต่อไปว่า นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับ 1 ที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย แซงหน้านักท่องเที่ยวจีนหรือไม่

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย
และไทยก็จำเป็นต้องเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนต่อไปได้

References:
https://scholar.utcc.ac.th/bitstream/6626976254/3868/1/proceeding_0015%20ปิยะพันธ์.pdf
https://www.mots.go.th/download/article/article_20201028135359.xlsx
https://www.bangkokbiznews.com/business/1006696
https://www.prachachat.net/tourism/news-913029
https://www.moneyandbanking.co.th/article/news/thailand-popular-location-indian-movie

Cr. ลงทุนแมน