ซีอีโอเชฟรอน วอนไบเดนหยุดโบ้ยอุตสาหกรรมพลังงานทำราคาน้ำมันแพงขึ้น

infoquest

นายไมเคิล เวิร์ธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเชฟรอน ออกโรงตอบโต้เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวที่วิพากษ์วิจารณ์อุตสาหกรรมพลังงานเกี่ยวกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น โดยแนะว่ารัฐบาลต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ หากต้องการให้ราคาเชื้อเพลิงลดลง

ถ้อยแถลงของนายเวิร์ธเป็นการตอบโต้อันเผ็ดร้อนครั้งล่าสุดระหว่างอุตสาหกรรมน้ำมันสหรัฐและประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อหาตัวคนผิดที่ทำให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงจนเงินเฟ้อทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี

“คณะบริหารของคุณพยายามเหลือเกินที่จะวิพากษ์วิจารณ์ และหลายต่อหลายครั้งก็ใส่ร้ายป้ายสีอุตสาหกรรมของเรา การกระทำเช่นนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ในการรับมือกับความท้าทายที่เรากำลังเผชิญเลย” นายเวิร์ธระบุในจดหมายถึงปธน.ไบเดนเมื่อวันอังคาร (21 มิ.ย.)

คล้อยหลังเพียงสองชั่วโมง ปธน.ไบเดนก็ให้สัมภาษณ์ประเด็นดังกล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงวอชิงตันว่า “นายเวิร์ธอ่อนไหวมากเกินไป ผมไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะใจน้อยง่ายถึงเพียงนั้น”

ทำเนียบขาวได้เชิญประธานเจ้าหน้าที่บริหารจากโรงกลั่นและบริษัทน้ำมัน 7 แห่ง ซึ่งรวมถึงเชฟรอน เข้าร่วมการประชุมในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือวิธีเพิ่มกำลังการผลิตและลดราคาพลังงาน โดยนายเวิร์ธตอบรับเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้

ปธน.ไบเดนได้วิจารณ์บริษัทน้ำมันที่ทำกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ พร้อมเรียกร้องให้บริษัทเหล่านี้เพิ่มการผลิตน้ำมันและกำลังการกลั่นน้ำมัน เพื่อช่วยชะลอราคาน้ำมันเบนซิน นอกจากนี้ ปธน.ไบเดนยังกล่าวหาว่า บริษัทเอ็กซอน โมบิล คอร์ป ร่ำรวยอย่างมหาศาล และยังไม่ยอมขุดเจาะน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการ

ทั้งนี้ ปธน.ไบเดนได้ตำหนิบริษัทโรงกลั่นน้ำมันของสหรัฐที่มีกำไรมหาศาลจากการกลั่นน้ำมัน ขณะที่ชาวอเมริกันประสบความยากลำบากจากปัญหาราคาน้ำมันแพง

“กำไรจากการกลั่นน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ แต่บริษัทกลับผลักภาระให้แก่ครอบครัวชาวอเมริกัน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ โดยนับตั้งแต่ต้นปีนี้ กำไรจากการกลั่นน้ำมันเบนซินและดีเซลพุ่งขึ้นถึง 3 เท่า และขณะนี้กำลังแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์”

“บริษัทต่าง ๆ จะต้องดำเนินการโดยทันทีเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันเบนซิน ดีเซล และผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นประเภทอื่นๆ โดยร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ไขวิกฤตการณ์ในครั้งนี้” ปธน.ไบเดนระบุในจดหมายที่ส่งถึงบริษัทน้ำมันหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงเอ็กซอน โมบิล และเชฟรอน

สมรรถนะการกลั่นน้ำมันในสหรัฐลดลงนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเป็นสาเหตุของการพุ่งขึ้นของราคาเชื้อเพลิงในประเทศ ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่มีการเปิดเศรษฐกิจ และประชาชนกลับมาเดินทางอีกครั้ง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์