ผู้นำอินโดฯเผยราคาอาหารสูงขึ้นเป็นอันตรายต่อประเทศกำลังพัฒนา

infoquest

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซียเปิดเผยว่า สงครามในยูเครนจำเป็นต้องยุติลง เนื่องจากวิกฤตการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาอาหารและพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น และทำให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาซึ่งรวมถึงอินโดนีเซีย ตกอยู่ในความเสี่ยง

ปธน.วิโดโดให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า “สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดคือราคาอาหาร ดังนั้นเราต้องการให้สงครามในยูเครนจบลง ปัญหานี้ต้องเร่งแก้ปัญหาด้วยการเจรจา เพื่อที่เราจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ หากไม่เช่นนั้น มันจะไม่มีทางจบ วิกฤตการณ์ครั้งนี้เป็นอันตรายมากกับหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา”

ทั้งนี้ ผู้นำอินโดนีเซียระบุว่า สงครามควรจะได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจาและพูดคุย

ปธน.วิโดโดจะเข้าร่วมการประชุมกับกลุ่ม G7 ที่ประเทศเยอรมนีในวันที่ 26-28 มิ.ย. ส่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียรายงานว่า ปธน.วิโดโดมีกำหนดพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียในวันที่ 30 มิ.ย.

“หลังการประชุม G7 ผมจะเดินทางเยือนหลายประเทศที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านอาหาร” ปธน.วิโดโดกล่าวกับมาร์ติน ซูง ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวซีเอ็นบีซี อย่างไรก็ตาม ปธน.วิโดโดไม่ได้ยืนยันว่าจะเดินทางเยือนรัสเซียหรือยูเครนหรือไม่ โดยทั้งสองประเทศเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชรายใหญ่ที่สุดของโลก

ในฐานะประธานกลุ่ม G20 ในปีนี้ อินโดนีเซียจะจัดประชุมผู้นำประเทศที่บาหลีในเดือนพ.ย. และแม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องให้ถอดรัสเซียออกจากกลุ่ม G20 แต่อินโดนีเซียก็ได้เชิญปธน.ปูตินเข้าร่วมการประชุมด้วย ขณะเดียวกันก็ได้เชิญประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนเข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ รัสเซียเป็นสมาชิกกลุ่ม G20 แต่ยูเครนไม่ได้เป็นสมาชิก ซึ่งทางปธน.วิโดโดกล่าวว่า “ปัญหาในขณะนี้คือสงคราม ดังนั้นเราจำเป็นต้องเชิญยูเครนเข้าร่วมประชุม G20 เพื่อที่จะสามารถแก้ปัญหาได้”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์