“เยลเลน” ชี้จีนล็อกดาวน์ขัดขวางการฟื้นฟูห่วงโซอุปทานทั่วโลก

infoquest

นางเจเนต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวในวันพุธ (18 พ.ค.) ว่า การที่จีนบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น กำลังขัดขวางการไหลเวียนของสินค้าจนส่งผลกระทบต่อห่วงโซอุปทานทั่วโลก ขณะที่เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวเป็นวงกว้างอาจส่งผลกระทบไปทั่วโลก ซึ่งเป็นเหตุผลให้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

“มาตรการล็อกดาวน์ของจีนเริ่มขัดขวางการผลิตและการไหลเวียนของสินค้าและบริการแล้ว เรามองว่าการที่จีนใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด รวมทั้งปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่เราเผชิญอยู่แล้ว เป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้น” นางเยลเลนกล่าวต่อผู้สื่อข่าวที่การแถลงข่าวในเมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี โดยเธอมีกำหนดประชุมระดับรัฐมนตรีคลังจากกลุ่ม G7

“แม้ว่าแรงกดดันบางส่วนลดน้อยลงแล้ว แต่สถานการณ์ในจีนกลับทำให้ปัญหาห่วงโซ่อุปทานรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความวิตกกังวล”

นางเยลเลนกล่าวว่า ข้อกังวลอีกประการหนึ่งคือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งหลัก ๆ แล้วเกิดจากนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ซึ่งทำให้รัฐบาลจีนต้องระงับกิจกรรมในศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญภายในประเทศเป็นเวลาหลายสัปดาห์

“เศรษฐกิจจีนขยายตัวในอัตราที่ช้าลง และในฐานะที่จีนมีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลกนั้น การทำผลงานทางเศรษฐกิจของจีนย่อมส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกอย่างแท้จริง โดยเรากำลังจับตาสถานการณ์ในจีนและการตอบสนองด้านนโยบายของจีนอย่างใกล้ชิด” นางเยลเลนกล่าวกับผู้สื่อข่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์