โมเดอร์นา เผยผลวิจัยวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตรผสมสร้างภูมิคุ้มกันโอมิครอนสูงกว่าสูตรมาตรฐาน

infoquest

บริษัท โมเดอร์นา อิงค์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา โมเดอร์นาได้ประกาศผลการวิจัยทางคลินิกเบื้องต้นของวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตร mRNA-1273.211 ซึ่งเป็นวัคซีนสูตรผสมชนิดแรกที่ทางบริษัทได้พัฒนาขึ้น และกำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยทางคลินิกในอาสาสมัคร

วัคซีน mRNA-1273.211 เป็นสูตรผสมของสายพันธุ์ดั้งเดิม และสายพันธุ์เบตา ในปริมาณที่เท่ากันอย่างละครึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตรมาตรฐาน mRNA-1273 รุ่นปัจจุบัน ขนาด 50 ไมโครกรัม พบว่า วัคซีน mRNA-1273.211 ในขนาด 50 ไมโครกรัม นั้นสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์โอมิครอน และสายพันธุ์น่ากังวลอื่นๆ ได้แก่ เดลตาและเบตา ได้ในระดับที่สูงกว่า และระดับภูมิคุ้มกันที่สูงกว่าดังกล่าว ก็ยังมีการตรวจวัดได้ที่เวลา 6 เดือนหลังจากนั้น

ในส่วนของภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโอมิครอน ของวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตรผสม mRNA-1273.211 รุ่นใหม่นี้ เมื่อวัดหลังฉีดไปแล้ว 1 เดือน พบว่า มีระดับที่สูงกว่าการกระตุ้นด้วยวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตรมาตรฐานรุ่นปัจจุบันที่ประมาณ 2.20 เท่า (1408 เทียบกับ 629) และเมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือน พบว่าภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโอมิครอนก็ยังคงระดับที่สูงกว่าที่ 2.15 เท่า (317 เทียบกับ 146)

ด้านความปลอดภัยของวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตร mRNA-1273-211 ขนาด 50 ไมโครกรัม พบว่า โดยทั่วไปอาสาสมัครมีการยอมรับวัคซีนได้ดี อาการไม่พึงประสงค์ที่พบมีความคล้ายคลึงกับที่มีการรายงานจากวัคซีนสูตรมาตรฐานขนาด 50 ไมโครกรัม ซึ่งเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นที่ใช้ฉีดอยู่ในปัจจุบันนี้ โดยอาการส่วนใหญ่อยู่ในระดับเล็กน้อย-ปานกลาง

นายสเตฟาน บัลเซล Chief Executive Officer บริษัทโมเดอร์นา อิงค์ กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตร mRNA-1273.211 ซึ่งเป็นวัคซีนสูตรผสมตัวแรกที่พัฒนาขึ้นมา ผลการทดสอบที่แสดงให้เห็นว่า วัคซีนสูตรผสมนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มี mRNA ของสายพันธุ์โอมิครอนเป็นส่วนประกอบ แต่ก็สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโอมิครอน และสายพันธุ์น่ากังวลชนิดอื่นๆ ได้ในระดับที่สูงกว่าวัคซีนสูตรมาตรฐาน

ทั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่วางแผนไว้เพื่อรับมือกับไวรัสสายพันธุ์น่ากังวล และเริ่มดำเนินมาตั้งแต่เมื่อเดือนก.พ. ปีที่แล้วนั้นมาถูกทางแล้ว

นอกจากนี้ โมเดอร์นากำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 2/3 ของวัคซีนเข็มกระตุ้นรุ่นใหม่อีกหนึ่งสูตรคือ mRNA-1273.214 ซึ่งเป็นวัคซีนสูตรผสมระหว่างสายพันธุ์ดั้งเดิม และสายพันธุ์โอมิครอน โดยคาดว่าผลการทดสอบเบื้องต้น จะออกมาภายในไตรมาส 2/65 โดยทั้งวัคซีน mRNA-1273.211 และ mRNA-1273.214 นั้นถูกพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกของการใช้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นรุ่นใหม่ ที่จะผลิตออกมาในช่วงปลายปีนี้

“เราเชื่อมั่นว่าวัคซีนเข็มกระตุ้นสูตรผสมที่ประกอบไปด้วยสองสายพันธุ์ จะเป็นวัคซีนรุ่นใหม่ที่จะสามารถใช้รับมือกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ส่วนวัคซีนเข็มกระตุ้นรุ่นปัจจุบัน เมื่อใช้ฉีดกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 หรือ 4 จากข้อมูลจากการใช้งานจริงในหลายๆ ประเทศทั่วโลก แสดงให้เห็นว่ายังคงสามารถป้องกันการติดเชื้อแบบรุนแรง และการต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ดี” นายสเตฟาน ระบุ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์