วิจัยสหรัฐชี้เด็กฉีดวัคซีนไฟเซอร์เสี่ยงเข้าโรงพยาบาลน้อยกว่าเด็กไม่ฉีด

infoquest

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐเปิดเผยผลการวิจัยล่าสุดระบุว่า เด็กอายุ 5-11 ปีซึ่งได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์และไบออนเทคนั้น มีโอกาสน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ฉีดวีคซีนถึง 68% ในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในช่วงที่ไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนแพร่ระบาดในสหรัฐ

ส่วนเด็กวัยรุ่นที่มีอายุ 12-18 ปีซึ่งได้รับวัคซีนไฟเซอร์และไบออนเทคจำนวน 2 เข็ม มีโอกาสน้อยกว่าคนวัยเดียวกันที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนประมาณ 40% ที่จะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโอมิครอน

ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐ และโรงพยาบาลเด็กเมืองบอสตัน เป็นผู้ดำเนินการวิจัยดังกล่าว และได้มีการตีพิมพ์ผลการวิจัยในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์

งานวิจัยยังระบุด้วยว่า เด็กที่ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์และไบออนเทคมีโอกาสน้อยลงเกือบ 80% ที่จะมีอาการรุนแรงซึ่งรวมถึงการต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหรือการเสียชีวิต

“การติดเชื้อต่าง ๆ เช่น โควิด-19 และการติดเชื้อทางเดินหายใจนั้นมีความรุนแรงหลายระดับ แต่ก็ยังคงสามารถดำเนินการเพื่อป้องกันโรคร้ายแรงได้” ดร.มานิช พาเทล นักวิจัยของ CDC กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์