รัสเซียส่อเปลี่ยนแผนเป็นปูพรมถล่มยูเครน หลังใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง

infoquest

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การที่รัสเซียใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงกับยูเครนนั้นดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนทางยุทธศาสตร์จากการที่รัสเซียสูญเสียกำลังพลในสนามรบ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าสงครามได้เข้าสู่ช่วงใหม่แล้ว พร้อมกับที่รัสเซียได้อวดโลกว่าตนมีแสนยานุภาพล้นหลาม

พลโทจิม ฮอคเกนฮัลล์ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองกลาโหมของสหราชอาณาจักร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ (18 มี.ค.) ว่า “ปฏิบัติการของรัสเซียเปลี่ยนไป” โดยจะเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์การบั่นทอนกำลังที่ยิงถล่มไม่เลือกเป้าหมายแบบบ้าระห่ำ

“ปฏิบัติการแบบใหม่นี้จะส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น โครงสร้างพื้นฐานของยูเครนถูกทำลาย และทำให้วิกฤตด้านมนุษยธรรมรุนแรงขึ้น” พล.ท.ฮอคเกนฮัลล์กล่าว

ด้านนายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Face the Nation” ทางสถานีโทรทัศน์ CBS เมื่อวานนี้ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย อาจกำลังติดตั้งขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงเพื่อฟื้นแรงผลักดันในการบุกยูเครน

“ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นตัวเปลี่ยนเกม ผมว่าเหตุผลที่เขาหันไปใช้อาวุธประเภทนี้ก็เพราะเขาพยายามสร้างแรงผลักดันขึ้นมาใหม่”

นายออสตินกล่าว

ขณะเดียวกัน กลุ่มนักวิเคราะห์ด้านการทหารของตะวันตกชี้ว่า การศึกภาคพื้นดินของปธน.ปูตินกำลังชะลอตัว โดยกองทหารรัสเซียไม่สามารถบรรลุจุดหมายเบื้องต้นได้ และประเมินแรงต่อต้านจากยูเครนต่ำไป

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวเมื่อวันเสาร์ (19 มี.ค.) ว่า กองทัพของตนได้ใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงคินชาล (Kinzhal ซึ่งหมายถึงกริช) เมื่อวันก่อนเพื่อทำลายคลังแสงสรรพาวุธใต้ดินทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครน และต่อมาเมื่อวานนี้ (20 มี.ค.) รัสเซียกล่าวว่าได้ยิงขีปนาวุธเพื่อทำลายคลังเชื้อเพลิงในภูมิภาคมิกโคลาอีฟ โดยทางการของมิกโคลาอีฟแจ้งเตือนการโจมตีทางอากาศในช่วงเช้าเมื่อวานนี้เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์