สศค.เผยเศรษฐกิจพ.ย.ดีขึ้น หลังบริโภคเอกชน-ท่องเที่ยวฟื้น-ส่งออกสดใส

29 ธ.ค. 64 14:55 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

 สศค.เผยเศรษฐกิจพ.ย.ปรับตัวดีขึ้น หลังบริโภคเอกชน-ท่องเที่ยวฟื้น ด้านส่งออกโต 24.7% ขยายตัวเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.71% เฝ้าระวังโอไมครอนใกล้ชิด

  นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนพ.ย. 64 มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะจากการบริโภคภาคเอกชน และ การท่องเที่ยวภายในประเทศ ประกอบกับ การส่งออกสินค้ายังคงขยายตัวได้ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนอย่างใกล้ชิด

  สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยการบริโภคสินค้าคงทน สะท้อนจากปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนพ.ย. 64 กลับมาขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 20.2% และ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล 28.1% สอดคล้องกับปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งที่หดตัวในอัตราชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -6.5% และ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 10.1%

  ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 44.9 จากระดับ 43.9 ในเดือนต.ค. 64 โดยเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ประชาชน และ ภาคธุรกิจมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกันกับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ ทีขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 15.7% อย่างไรก็ดี รายได้เกษตรกรที่แท้จริงลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -6.8%

  เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณนำเข้าสินค้าทุน ในเดือนพฤศจิกายน 64 ขยายตัวในอัตราชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 7.8% และ การจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -10.8%

  สำหรับการลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศ ในเดือนพ.ย.64 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -4.9% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 1.7% ขณะที่ภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวที่ 4.1% และ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 5.5%

  ทางด้านมูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนพ.ย. 64 อยู่ที่ 23,647.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 ที่ 24.7% และ หากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและ สินค้าที่เกี่ยวเนื่อง ทองคำ และ ยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัว 18.9%

  เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน ส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยภาคเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนพ.ย. 64 ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -0.4% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล 7.0% จากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตสำคัญ ได้แก่ ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน และ สินค้าประมง ขณะที่ผลผลิตข้าวเปลือกลดลงเล็กน้อย

  สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 85.4 จากระดับ 82.1 ในเดือนต.ค. 64 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีทิศทางดีขึ้น รวมถึงภาคการผลิตขยายตัวจากอุปสงค์ในประเทศ และ ภาคการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง

  ส่วนบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนพ.ย. 64 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประเภทพิเศษ นักท่องเที่ยวกลุ่มสิทธิพิเศษ (Thailand Privilege Card) นักธุรกิจ กลุ่มสุขภาพที่เข้ามารับบริการทางการแพทย์ในประเทศไทยรวม จำนวน 91,255 คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากเยอรมนี สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร รัสเซีย และ ฝรั่งเศส สำหรับจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ในเดือนพฤศจิกายน 64 มีจำนวน 11.3 ล้านคน หรือ คิดเป็นการหดตัวในอัตราชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -30.9% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 122.3%

  ทั้งนี้ เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพ.ย. 64 อยู่ที่ 2.71% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.29% ส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนต.ค. 64 คิดเป็นสัดส่วน 58.8% ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 61 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และ สามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนพ.ย. 64 อยู่ในระดับสูงที่ 243.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายงาน    กรณัช พลอยสวาท 
เรียบเรียง  ชุติมา อภิชัยสุขสกุล 
อนุมัติ     สุรเมธี มณีสุโข 

Cr.efinancethai