สหรัฐติดโอมิครอนเกือบ 3% ของยอดติดเชื้อโควิดทั้งหมด ระบาดในกว่า 20 รัฐ

infoquest

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 3% ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมดในสหรัฐ

อย่างไรก็ดี แม้ว่าขณะนี้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์เดลตาประมาณ 97% ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด แต่สายพันธุ์โอมิครอนก็แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ราว 2.9% ของผู้ติดเชื้อโควิดทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 0.4% ในสัปดาห์ก่อนหน้า

ทั้งนี้ สหรัฐมีการรายงานพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนกระจายอยู่ใน 20 กว่ารัฐ โดยพบผู้ติดเชื้อเป็นครั้งแรกในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้มายังซานฟรานซิสโก

อย่างไรก็ตาม CDC ระบุว่า ได้พบผู้ติดเชื้อโอมิครอนก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่แสดงอาการเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา จึงยังไม่ชัดเจนว่า ไวรัสดังกล่าวเข้ามาระบาดในสหรัฐครั้งแรกเมื่อใด

CDC เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (10 ธ.ค.) ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโอมิครอน 1 รายเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล โดยผู้ป่วยรายนี้ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว แต่ก็ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในบรรดาผู้ป่วยทั้ง 43 รายที่อยู่ระหว่างติดตามอาการ

ทั้งนี้ 58% ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ มีอายุระหว่าง 18-39 ปี และ 79% ได้รับวัคซีนครบสองโดสมาแล้วอย่างน้อย 14 วันก่อนที่จะแสดงอาการหรือมีผลตรวจหาเชื้อเป็นบวก

สำหรับอาการป่วยที่พบส่วนใหญ่นั้น ได้แก่ อาการไอ, อ่อนเพลีย, คัดจมูก และน้ำมูกไหล

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์