นักต่อต้านวัคซีนโควิดชาวอเมริกันเสียชีวิตเพราะโรคโควิด

02/12/2564 14:23 สำนักข่าวไทย

วอชิงตัน 2 ธ.ค. – นายมาร์คัส แลมบ์ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายสถานีโทรทัศน์คริสเตียนและเป็นชาวอเมริกันผู้ที่ต่อต้านวัคซีนป้องกันโรคโควิดคนสำคัญ เสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากติดเชื้อโควิด-19

นางโจนี แลมบ์ ภรรยาของนายมาร์คัส แลมบ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายสถานีโทรทัศน์คริสเตียนชื่อ เดย์สตาร์ เทเลวิชั่น เน็ตเวิร์ก ในปี 2540 ประกาศข่าวการเสียชีวิตของนายแลมบ์ในรายการของสถานีโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น นางแลมบ์ระบุว่า นายแลมบ์เป็นโรคเบาหวานและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี แต่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังติดเชื้อโควิด หลังจากนั้น สามีของเธอก็พยายามใช้วิธีการรักษาโรคโควิดและปอดบวมที่หลากหลาย รวมถึงวิธีที่เคยกล่าวถึงในเดย์สตาร์ ซึ่งเธออ้างว่าตัวเองเคยใช้วิธีเหล่านี้จนหายป่วยจากโรคโควิด

นางแลมบ์ยังระบุว่า วิธีดังกล่าวทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของนายแลมบ์พุ่งสูงและระดับออกซิเจนในร่างกายลดลงจนเขาต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา สามีของเธอเชื่อมั่นเต็มร้อยเกี่ยวกับวิธีการรักษาโรคโควิดที่เคยพูดถึงในเดย์สตาร์ ซึ่งช่วยให้ผู้คนทั่วโลกรู้วิธีรักษาโรคโควิดตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่างไรก็ดี หัวใจของนายแลมบ์กลับหยุดเต้นในเวลาต่อมา

ก่อนหน้านี้ นายแลมบ์มักพูดจาต่อต้านการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดในรายการอยู่เสมอ ครั้งหนึ่ง เขาเคยเชิญนายโรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี จูเนียร์ นักต่อต้านวัคซีนโควิดชื่อดัง ซึ่งเป็นหลานชายของอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี และนายเดล บิ๊กทรี นักต่อต้านวัคซีนโควิดและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ มาร่วมรายการในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยที่นายแลมบ์กล่าวว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิดไม่ใช่วัคซีนจริง แต่เป็นวัคซีนทดลองที่เป็นอันตราย ทั้งยังอ้างว่าจะมีผู้คนล้มตายหรือเป็นโรคเกี่ยวกับความผิดปกติทางระบบประสาทจำนวนมากหลังฉีดวัคซีน

อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ หรือซีดีซี ระบุว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิดปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีนนั้นอาจเกิดขึ้นได้ แต่จัดอยู่ในชนิดหายาก ส่วนผู้ที่ไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนจะมีโอกาสเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคโควิดสูงถึง 11 เท่า และมีโอกาสเสี่ยงต่อการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิดแล้ว.

Cr. สำนักข่าวไทย