ยุโรปเตรียมเร่งอนุมัติยาโมลนูพิราเวียร์ หลังอังกฤษไฟเขียวชาติแรกในโลก

infoquest

ภาพ: รอยเตอร์

นายมาร์โก คาวาเลรี หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์วัคซีนขององค์การยาแห่งยุโรป (EMA) กล่าวว่า EMA กำลังเร่งประเมินประสิทธิภาพของยาโมลนูพิราเวียร์ หลังจากที่ได้เริ่มต้นกระบวนการดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ยุโรปกำลังเผชิญการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่

“เราจะพยายามเร่งกระบวนการประเมินของเราเพื่อให้ยาดังกล่าวได้รับการอนุมัติโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

นายคาวาเลรีกล่าว หลังจากที่สหราชอาณาจักรให้การอนุมัติยาโมลนูพิราเวียร์วานนี้

นอกจากนี้ นายคาวาเลรียังระบุว่า ENA พร้อมที่จะให้คำแนะนำต่อขาติสมาชิกในสหภาพยุโรป (EU) เกี่ยวกับการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์เพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในกรณีฉุกเฉิน

ทั้งนี้ บริษัทเมอร์ค แอนด์ โค และบริษัทริดจ์แบ็ค ไบโอเทราพิวติกส์ ออกแถลงการณ์วานนี้ ระบุว่า สำนักงานควบคุมกฎระเบียบยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพของสหราชอาณาจักร (MHRA) ให้การอนุมัติการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์สำหรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แล้ว

การอนุมัติดังกล่าว ทำให้สหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรกของโลกที่ให้การอนุมัติการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ ซึ่งเป็นยาเม็ดรับประทานชนิดแรกที่ใช้สำหรับการรักษาโรคโควิด-19 ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) และองค์การยาแห่งยุโรป (EMA) กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาอนุมัติ

มีการคาดการณ์ว่า FDA จะให้การอนุมัติการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ในช่วงต้นเดือนธ.ค. ขณะที่ EMA ได้เริ่มต้นกระบวนการประเมินประสิทธิภาพของยาโมลนูพิราเวียร์อย่างเร่งด่วน

เมอร์คเปิดเผยว่า ผลการทดลองพบว่ายาโมลนูพิราเวียร์มีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสโควิด-19 ทุกสายพันธุ์ ซึ่งรวมถึงสายพันธุ์เดลตา และสามารถลดความเสี่ยงของผู้ป่วยโควิด-19 ในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตได้ถึง 50%

ทั้งนี้ ผู้ที่จะได้รับยาโมลนูพิราเวียร์เป็นผู้ป่วยโควิด-19 ในวัยผู้ใหญ่ที่มีอาการไม่รุนแรงถึงปานกลาง รวมทั้งมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงจากโรคโควิด-19 ซึ่งได้แก่ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และการมีอายุมากกว่า 60 ปี

ยา 1 คอร์สประกอบด้วยยาโมลนูพิราเวียร์จำนวน 40 เม็ดสำหรับผู้ป่วย 1 คน โดยผู้ป่วยจะรับประทานยาวันละ 2 ครั้งๆละ 4 เม็ด เป็นเวลา 5 วัน

นายฮานส์ คลูจ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคยุโรปและเอเชียกลางขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุเตือนว่า ยุโรปกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโควิด-19 และจำนวนผู้เสียชีวิตอาจพุ่งแตะ 500,000 ราย

นายคลูจยังเตือนว่ายุโรปกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งขึ้นใกล้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นายคลูจคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในยุโรปจะพุ่งขึ้น 6% ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 12% หลังจากที่ยุโรปมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบ 1.8 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิต 24,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่คิดเป็นสัดส่วน 59% ของทั้งโลก และจำนวนผู้เสียชีวิตคิดเป็น 48%

นายคลูจกล่าวว่า หากแนวโน้มยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในยุโรปจะพุ่งแตะ 500,000 รายภายในเดือนก.พ.2565 ขณะที่ 43 ประเทศในยุโรปจะเผชิญปัญหาจำนวนเตียงในโรงพยาบาลไม่พอรองรับผู้ป่วย

นายคลูจระบุว่าสาเหตุการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในยุโรปเกิดจากการฉีดวัคซีนที่ยังไม่เพียงพอ รวมทั้งมีการผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในหลายประเทศ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์