ม.หอการค้าฯเผยดัชนีเชื่อมั่น Modern Trade Q3/64 อยู่ที่ 47.9 – Q4 ฟื้น

26 ต.ค. 64 11:26 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

 ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่น Modern Trade ไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 47.9 ปรับลดลงต่อเนื่อง 4 ไตรมาสติดต่อกัน หวังไตรมาส 4/64 เริ่มฟื้นตัว จากความเชื่อมั่นดีขึ้น แนะรัฐเร่งฉีดวัคซีน-ออกมาตรการกระตุ้นศก.-ป้องกันแก้ไขน้ำท่วม มองเปิดประเทศ 1 พ.ย. หนุน จีดีพีไตรมาส 4 โต 3-4%

  นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ Modern Trade (Modern Trade Sentiment Index : MTSI) ประจำไตรมาส 3/64 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นMTSI ไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 47.9 ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องติดตามกัน 4 ไตรมาส โดยธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่มีความเชื่อมั่นทางธุรกิจต่ำกว่าสถานการณ์ปกติทุกรายการ และต่ำกว่าระดับ 50 และเป็นจุดต่ำสุดของธุรกิจ Modren Trade สอดคล้องกับเศรษฐกิจไทยที่เป็นจุดต่ำสุดเช่นเดียวกัน

  โดยรายรับจากการขายหรือให้บริการอยู่ที่ 48.2 กำไรจากการขายหรือให้บริการอยู่ที่ 46.7 ราคาขายสินค้าโดยรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 48.2 การจ้างงานอยู่ที่ 45.5 ต้นทุนการดำเนินงานอยู่ที่ 47.1

  สำหรับปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ Modern Trade ประกอบด้วย ไตรมาส 3/64 เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดในจังหวัดพื้นที่สีแดงและเข้มงวดสูงสุดหลายพื้นที่ โดยรัฐบาลปิดสถานประกอบการบางประเภท การขอให้ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ Work From Home ทำให้ธุรกิจประสบปัญหา หรือ แรงงานขาดรายได้

  ขณะเดียวกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ระบาดเป็นวงกว้างและรวดเร็ว ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันและผู้เสียชีวิตสูงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน การประกอบธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและบริการต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีความกังวลต่อแผนการกระจายวัคซีนที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

  นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงพืชผลทางการเกษตรที่กำลังจะได้เก็บเกี่ยว ภาระหนี้สินของครัวเรือน อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับสูงส่งผลต่อกำลังซื้อในประเทศ สถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทำให้การบริโภคยังไม่มีการขยายตัว และสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในหลายพื้นที่

  ด้านปัจจัยบวกที่มีผลต่อดัชนี ประกอบด้วยความต่อเนื่องของมาตรการของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งเฟส 3 ยิ่งใช้ยิ่งได้ เราเที่ยวด้วยกัน-ทัวร์เที่ยวไทย เงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสถานที่เพื่อควบคุมการระบาดโควิด โครงการภูเก็ตแวนด์บ็อกซ์ สมุย พลัส โมเดล ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มดีขึ้น

  รวมถึงยังมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 และนโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่เร็วกว่าคาดการณ์ไว้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่น และการบริโภคภาคเอกชนในช่วงไตรมาส 4/64 ขณะที่การฉีดวัคซีนที่คาดว่าจะครอบคลุมประชากรทั้งประเทศ 70% ภายในปี 64 ซึ่งสร้างความมั่นใจในการดำเนินชีวิตให้กลับมาเป็นปกติ

  ด้านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 0.5%v ต่อปี และคาการณ์เศรษฐกิจไทยปี 64 นี้ขยายตัวได้ 0.7% และปีหน้าขยายตัวได้ 3.9% รวมถึงยังมีปัจจัยบวกจากการผ่อนคลายให้ธุรกิจ Modern Trade เปิดบริการได้ตามเวลาที่กำหนด ภายใต้มาตรการความปลอดภัย การเปิดให้ร้านค้าต่างๆ เริ่มกลับมาให้บริการได้มากขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหาร กระแสความนิยมการซื้อสินค้าออนไลน์ เป็นต้น

  สำหรับข้อเสนอแนะที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา ประกอบด้วย 1.เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ประชาชนให้ครอบคลุมมากที่สุด เพื่อรองรับกับแผนการเปิดประเทศตามแนวทางของภาครัฐ 2.ออกมาตรการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านการใช้จ่ายของประชาชน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงมาตรการลดภาษีจากค่าใช้จ่ายในการป้องกันโควิด-19

  3.รัฐบาลควรมีแผนป้องกัน และการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วม ไม่ให้ทำลายทรัพย์สินของประชาชน 4.สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รวมถึงแผนการรับมือทุกกรณีเมื่อมีการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามา

  ด้านข้อเสนอแนะด้านนโยบายหรือมาตรการที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ Modern Trade โดยรวม ประกอบด้วย มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยให้ค่าใช้จ่ายในการจัดหาวัคซีนและช่วยเหลือลูกจ้างหรือการช่วยเหลือร้านค้าในศูนย์การค้า และรายจ่ายในการฟิ้นฟูสภาพร้านค้าหลังการปิดกิจการเป็นเวลานาน หักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เพิ่มเติมจากปกติ

  นอกจากนี้ ควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดลรวม การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยเอสเอ็มอี และขอสินเชื่อ Soft Loan ให้กับภาคธุรกิจ Modern Trade ที่มีความประสงค์สินเชื่อ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ และกิจการที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วม

  นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ในไตรมาส 4/64 มองว่า บรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอยน่าจะเริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้น โดยมองว่ามีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3-4% ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย. นี้ และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่มีอย่างต่อเนื่องของภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่ง ที่น่าจะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบจากภาครัฐ 45,000 ล้านบาท และจากประชาชนอีก 45,000 ล้านบาท

  ทั้งนี้ การเปิดประเทศ คาดหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยประมาณ 100,000-200,000 คน โดยสมมติฐานว่าหากมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศ 2-3 แสนคน จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 1-1.5 หมื่นล้านบาท และจะกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ได้เพิ่มเติมอีก 0.3% แต่หากมีกระแสตอบรับในเชิงบวกมากกว่าที่คาด โดยมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 3-5 แสนคน คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามา 1.5-2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มเติม 0.4-0.5% และทั้งไตรมาส 4/64 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3-4% และทั้งปีจะอยู่ในกรอบที่ประเมินไว้ที่ 1-1.5%

  ด้านสถานการณ์การจ้างงาน มองว่า จะกลับมาดีขึ้นในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.ของปีนี้ จากเศรษฐกิจจะค่อยๆเริ่มฟื้นตัว และคาดว่าปีหน้าในช่วงไตรมาส 1 จะมีการจ้างงานเพิ่มประมาณ 5 แสนคน ถึง 1 ล้านคน

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  กรณัช พลอยสวาท 
                อีเมล์. koranat@efinancethai.com
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 

Cr.efinancethai