ญี่ปุ่นลดแนวโน้มการส่งออกเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน จากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน

infoquest

รัฐบาลญี่ปุ่นปรับลดแนวโน้มการส่งออกในรายงานเศรษฐกิจประจำเดือนต.ค. เนื่องจากการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซบเซาลง อันเป็นผลมาจากภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน โดยนับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนที่รัฐบาลญี่ปุ่นปรับลดแนวโน้มการส่งออกของประเทศ

อย่างไรก็ดี ในรายงานภาวะเศรษฐกิจซึ่งมีการเผยแพร่ในวันนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงการประเมินภาวะเศรษฐกิจโดยรวมเช่นเดิม โดยระบุว่า มีสัญญาณบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวด้านการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายด้านการบริการ เนื่องจากรัฐบาลได้ยกเลิกการประกาศมาตรการฉุกเฉินเพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศลดลงอย่างมาก

“เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงฟื้นตัว แต่เป็นการฟื้นตัวในอัตราที่ชะลอลง” รัฐบาลญี่ปุ่นระบุในรายงานภาวะเศรษฐกิจรายเดือนซึ่งอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฟูมิโอ คิชิดะ

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้คงระดับการประเมินภาคส่วนต่าง ๆ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ, กำไรของบริษัทเอกชน และการจ้างงาน แต่รัฐบาลได้ปรับลดการประเมินการลงทุนด้านสาธารณะ เนื่องจากยอดสั่งซื้อในอุตสาหกรรมก่อสร้างชะลอตัวลง

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในวันข้างหน้านั้น รัฐบาลญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะยังคงฟื้นตัว แต่ก็ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเมื่อพิจารณาจากความเสี่ยงขาลง เนื่องจากผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน

การเปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจมีขึ้นหลังจากนายคิชิดะประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไปในในวันที่ 31 ต.ค. หลังจากวาระ 4 ปีของสมาชิกผู้แทนราษฎรจะสิ้นสุดในวันที่ 21 ต.ค.นี้ ขณะที่พรรคต่าง ๆ นำเสนอนโยบายรับมือกับโรคโควิด-19 และนโยบายเศรษฐกิจ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์