พาณิชย์ เผย เงินเฟ้อทั่วไป ก.ย. 64 อยู่ที่ 1.6% คาดกรอบทั้งปี 0.8-1.2%

5 ต.ค. 64 11:53 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

   พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อทั่วไป ก.ย. 64 อยู่ที่ 1.6% ปรับตัวขึ้นหลังหมดมาตรการรัฐ ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.19% ส่วน Q4/64 คาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.83% จากราคาน้ำมันพุ่ง-โควิดคลี่คลาย ด้านทั้งปีคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบ 0.8-1.2% ค่ากลาง 1%

   นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ เดือน ก.ย. (เงินเฟ้อ) ว่า เงินเฟ้อทั่วไปในเดือนก.ย. อยู่ที่ 1.68% ขณะที่เฉลี่ย 9 เดือน อยู่ที่ 0.83% และไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 0.7% สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือน ก.ย. อยู่ที่ 0.19% เฉลี่ย 9 เดือน อยู่ที่ 0.23% และไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 0.14%

   สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.ย. ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยสำคัญจากการสิ้นสุดลงของมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพด้านสาธารณูปโภค (ค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ำประปา) ระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงยังสูงต่อเนื่อง

   ขณะที่สินค้าอื่นๆส่วนใหญ่ ยังเคลื่อนไหวเป็นปกติและค่อนข้างทรงตัว ยกเว้นสินค้ากลุ่มอาหารสดที่เคลื่อนไหวในทิศทางที่ค่อนข้างผันผวน แต่ส่วนใหญ่ยังมีราคาต่ำกว่าปีก่อน โดยเฉพาะข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว เนื้อสุกร ไก่สด ผักสดและผลไม้สด ยกเว้น ไข่ไก่ ที่ยังมีราคาสูงกว่าปีก่อนค่อนข้างมากแต่แนวโน้มราคาเริ่มลดลง

   อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นในเดือนนี้ สอดคล้องกับเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน เช่น ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า มูลค่าการส่งออก รายได้เกษตรกร ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร และดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง

   นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้ผลิตที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 สะท้อนว่า ราคาสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายในระยะต่อไป ยังมีแรงส่งจากราคาสินค้าในภาคการผลิตบางชนิด ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังและดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป

   สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาสที่ 4/64 มองว่า หากไม่มีมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐที่ส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการอย่างมีนัยสำคัญเพิ่มเติม จะมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 1.83% มีปัจจัยสำคัญจาก 1.แนวโน้มราคาน้ำมันยังอยู่ในทิศทางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ในอัตราเพิ่มที่น้อยกว่าช่วงที่ผ่านมา 2.แนวโน้มสถานการณ์โควิดเริ่มผ่อนคลายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินการได้ตามลำดับ และ 3.แนวโน้มการอ่อนค่าของค่าเงินบาท ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและขนส่ง

   อย่างไรก็ตาม สินค้าในหมวดอาหารสดบางชนิด โดยเฉพาะ ข้าว ผักสดและผลไม้สด ยังคงมีแนวโน้มต่ำกว่าปีก่อน และมีโอกาสผันผวนตามสภาพอากาศและภัยธรรมชาติ ขณะที่สถานการณ์โควิดยังคงเป็นความเสี่ยงที่เป็นตัวแปรสำคัญของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ต้องเฝ้าระวังและส่งผลต่อเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ

   ทั้งนี้ ในเดือนก.ย. 64 กระทรวงพาณิชย์ ได้ปรับสมมุติฐานสำหรับคาดการณ์เงินเฟ้อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 64 จะอยู่ในกรอบ 0.8-1.2% โดยมีค่ากลางที่ 1% ภายใต้สมมติฐานคาดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้จะขยายตัว 0.7-1.2% ด้านราคาน้ำดิบดูไบ จะอยู่ที่ 65-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 31.5-32.5 บาทต่อดอลลาร์

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 

Cr.efinancethai