ดัชนีอุตฯ เดือนส.ค. อยู่ที่ 87.71 หดตัวลดลงร้อยละ 4.15

29/09/2564 12:00 สำนักข่าวไทย

กรุงเทพฯ 29 ก.ย.-ดัชนีอุตฯ เดือน ส.ค. อยู่ที่ 87.71 หดตัวลดลงร้อยละ 4.15 แต่ในช่วง  8 เดือนแรกของปี ยังขยายตัวเพิ่มเฉลี่ย 7.13%

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม 8 เดือนแรก ปี 2564 ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 7.13 จากทิศทางของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้นส่งผลให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมได้รับอานิสงส์ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศเริ่มคลี่คลาย ประกอบกับการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนและแรงงานในภาคอุตสาหกรรมได้มากขึ้น รวมถึงมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจต่างๆ จากภาครัฐ อาทิ มาตรการควบคุมพื้นที่เฉพาะหรือบับเบิลแอนด์ซีล ( Bubble & seal) และโครงการนำร่องการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงานอุตสาหกรรมหรือแฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ (Factory Sandbox) ส่งผลให้เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนสิงหาคม 2564 อยู่ที่ระดับ 87.71 หดตัวลดลงร้อยละ 4.15 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของแรงงานในสถานประกอบการ ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและการผลิตภาคอุตสาหกรรมในภาพรวม สะท้อนได้จากดัชนีแรงงานอุตสาหกรรม เดือนสิงหาคม 2564 หดตัวเล็กน้อยร้อยละ 2.52 คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว อย่างไรก็ตามดัชนีแรงงานในอุตสาหกรรมหลักยังขยายตัว อาทิ ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมที่หดตัวลงเป็นผลจากการขาดแคลนชิปที่มีการผลิตลดลงทั่วโลกในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการผลิตและการจำหน่าย ในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์

สำหรับการส่งออกของไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวดี โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคม 2564 ขยายตัวร้อยละ 3.25 มูลค่า 17,100.80 ล้านเหรียญ การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถังและอากาศยาน) ขยายตัวร้อยละ 19.74 มูลค่า 16,436.60 ล้านเหรียญ โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ในส่วนการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว ร้อยละ 23.82 ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ รวมถึงการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 66.28 ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น 

อุตสาหกรรมหลักที่ดัชนีผลผลิตที่ส่งผลบวกขยายตัวในเดือนสิงหาคมได้แก่ ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 12.45  ตามการเติบโตของตลาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของโลกอย่างต่อเนื่อง ผลจากการใช้ชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์(ชิป) เป็นส่วนหนึ่งของสินค้าสมัยใหม่ตั้งแต่เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์เสียงภาพและอุปกรณ์สื่อสาร เซ็นเซอร์ต่างๆ

ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 12.06 จากความต้องการในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 หลายประเทศเริ่มคลี่คลายโดยเฉพาะคำสั่งซื้อจากประเทศจีนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตยางรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น

เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐานขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 11.89 จากผลของฐานต่ำหลังสิ้นสุดมาตรการล็อกดาวน์ในปีก่อนที่ความต้องการใช้ยังมีอย่างจำกัดแต่ในปีนี้ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมปลายน้ำโดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เม็ดพลาสติก ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.06 จาก จากความต้องการสินค้าที่สูงขึ้นในปีนี้ รวมถึงการเร่งผลิตเต็มที่หลังขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิตบางราย  ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมาน้ำตาล ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 47.07 ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงปิดหีบแล้ว แต่ผู้ผลิตมีการละลายน้ำตาลดิบเป็นน้ำตาลทรายอย่างต่อเนื่อง.

Cr. สำนักข่าวไทย