สิงคโปร์จ่ายกว่า 5 ล้านบาทให้ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หลังฉีดไฟเซอร์

infoquest

กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์แถลงว่า เด็กชายวัย 16 ปีรายหนึ่งที่มีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หลังจากได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เข็มแรกของบริษัทไฟเซอร์/ไบออนเทค ได้รับการจ่ายเงินเยียวยาจากรัฐบาลเป็นจำนวนเงิน 225,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (165,000 ดอลลาร์สหรัฐ) หรือราว 5.5 ล้านบาท ภายใต้โครงการความช่วยเหลือทางการเงินจากอาการเจ็บป่วยหลังการฉีดวัคซีน (VIFAP)

วงเงินชดเชยดังกล่าวถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ที่รัฐบาลสิงคโปร์ตั้งโครงการ VIFAP

ขณะนี้ เด็กชายคนดังกล่าวยังคงรับการฟื้นฟูบำบัดร่างกายในโรงพยาบาล แต่สามารถใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น

“เขาอาจได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในอีกไม่กี่สัปดาห์ แต่ก็ยังต้องกลับมาบำบัดร่างกายอีกระยะหนึ่ง ก่อนที่จะสามารถกลับไปโรงเรียนอีก”

กระทรวงฯระบุ

ทั้งนี้ เด็กชายคนดังกล่าวได้ล้มลงหมดสติที่บ้านพัก หลังจากที่ได้ไปออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนักที่โรงยิมแห่งหนึ่งในวันที่ 3 ก.ค. เพียง 6 วันหลังจากที่เขาได้รับการฉีดวัคซีนโดสแรกของไฟเซอร์/ไบออนเทค

ผลการตรวจสอบพบว่า เด็กชายรายนี้มีอาการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เขามีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในเวลาต่อมา

กระทรวงฯระบุว่า เด็กชายคนดังกล่าวได้ออกกำลังกายอย่างหักโหมด้วยการยกน้ำหนักที่มากกว่าน้ำหนักของร่างกายเขา

แถลงการณ์ของกระทรวงฯยอมรับว่า อาการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจของเด็กชายคนนี้อาจเป็นผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการฉีดวัคซีน และอาการได้กำเริบจากการที่เขาไปออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนัก และดื่มเครื่องดื่มชูกำลังที่มีสารคาเฟอีน

กระทรวงฯออกคำแนะนำว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เข็มแรกและเข็ม 2 ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหักโหมภายในเวลา 1 สัปดาห์หลังการฉีดวัคซีน

นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจติดขัด และหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยทันที ส่วนผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลังการฉีดวัคซีนชนิด mRNA เข็มแรก ควรหลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนเข็ม 2

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์