แพทย์ญี่ปุ่นเตือนรัฐบาลสื่อสารให้ชัดหลังยอดป่วยโควิดพุ่ง

29/07/2564 12:07 สำนักข่าวไทย

โตเกียว 29 ก.ค. – ที่ปรึกษาด้านการแพทย์ระดับสูงของญี่ปุ่นเตือนว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ครั้งใหญ่นับตั้งแต่พบการระบาด และเตือนให้รัฐบาลใช้การสื่อสารที่ชัดเจนและหนักแน่นยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นที่รวมถึงระบบการแพทย์

นพ. ชิเงรุ โอมิ ที่ปรึกษาด้านการแพทย์ระดับสูงของญี่ปุ่นกล่าวต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภาในวันนี้ว่า วิกฤตที่ใหญ่ที่สุดก็คือผู้คนในสังคมไม่รับรู้เรื่องความเสี่ยง เมื่อวานนี้กรุงโตเกียวพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดทะลุ 3,000 คน และอาจทำให้ต้องมีการประกาศบางอย่าง เขาต้องการให้รัฐบาลญี่ปุ่นใช้โอกาสนี้เพื่อการสื่อสารที่หนักแน่นและชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งยังระบุว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จะช่วยควบคุมการระบาดของเชื้อโควิดได้ แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เป็นต้นเหตุให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น เช่น เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในอินเดียและแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว ความเหนื่อยล้าจากการใช้มาตรการที่เป็นข้อจำกัดต่าง ๆ  และการจัดแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก ทั้งนี้ ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่โอลิมปิกจำนวนมากที่เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันว่าอาจทำให้ยอดผู้ป่วยติดเชื้อในญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายเตือนว่าการจัดโตเกียวโอลิมปิกจะทำให้ประชาชนรู้สึกสับสนเกี่ยวกับคำสั่งให้อยู่แต่ในบ้านของรัฐบาล

นพ. ชิเงรุ โอมิ

ในขณะเดียวกัน คณะผู้จัดการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกรายงานวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ที่เชื่อมโยงกับโตเกียวโอลิมปิก 24 คน ในจำนวนนี้ มีนักกีฬาโอลิมปิกรวมอยู่ด้วย 3 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 193 คนนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ด้านทางการกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นสถานที่จัดแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก รายงานเมื่อวานนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 3,177 คน ทำสถิติสูงสุดเป็นวันที่สองติดต่อกัน และทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งต้องเผชิญกับแรงกดดันจากยอดผู้ป่วยติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่สื่อของญี่ปุ่นรายงานว่า ญี่ปุ่นพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศทะลุ 9,500 เป็นครั้งแรก ขณะนี้ญี่ปุ่นฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่ประชาชนครบสองโดสเพียงร้อยละ 26.5 จากประชากรทั้งหมด 126.3 ล้านคน โดยมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 882,800 คน และผู้เสียชีวิตกว่า 15,100 คน.

Cr. สำนักข่าวไทย