แอฟริกาใต้ขยายล็อกดาวน์ระดับ 4 หลังยอดติดโควิดยังเพิ่มต่อเนื่อง

12 ก.ค. 64 infoquest

นายไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้แถลงวานนี้ว่า แอฟริกาใต้ขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ระดับ 4 ออกไปอีก 14 วัน เนื่องจากยังคงเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 3 ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าครั้งก่อน

ปธน.รามาโฟซากล่าวว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาซึ่งมีอัตราการแพร่ระบาดสูง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดรอบ 3 ในประเทศ ซึ่งขณะนี้อัตราการติดเชื้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แอฟริกาใต้รายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เฉลี่ยรายวันอยู่ที่เกือบ 20,000 ราย และเสียชีวิตกว่า 4,200 ราย โดยมีผู้ป่วยที่ยังคงรักษาตัวอยู่อีกกว่า 200,000 ราย

ปธน.รามาโฟซากล่าวว่าระบบสาธารณสุขเผชิญแรงกดดันเนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น

“ภายในสัปดาห์หน้า คาดว่าจำนวนผู้ป่วยรายวันที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลทั่วประเทศ จะเพิ่มสู่ระดับเดียวกับช่วงที่มีการแพร่ระบาดหนักสุดในรอบที่ 1 และรอบที่ 2 ส่วนในตอนนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในโรงพยาบาลก็เพิ่มขึ้น และเพิ่มสูงกว่าช่วงที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดในการระบาดรอบที่ 1 แล้ว”

ปธน.รามาโฟซา กล่าว

ปธน.รามาโฟซาประกาศว่า หลังจากปรึกษากับจังหวัดต่างๆ แล้ว คณะรัฐมนตรีตัดสินใจที่จะบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ระดับ 4 ต่อไปอีก 14 วัน ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 ก.ค. โดยห้ามไม่ให้มีการชุมนุมทางสังคม การเมือง ศาสนา และอื่นๆ รวมถึงมีมาตรการเคอร์ฟิวตั้งแต่ 21.00-04.00 น. และห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนโรงเรียนจะปิดการเรียนการสอนไปจนถึงวันที่ 26 ก.ค.

ทางด้านอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลต่อศาลกรณีห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่ปธน.รามาโฟซากล่าวว่าคำสั่งดังกล่าวจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลและห้องฉุกเฉินซึ่งเข้ารักษาตัวเนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ และความรุนแรงระหว่างบุคคล ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับระบบสาธารณสุขในการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 ได้มาก

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สถาบันโรคติดต่อแห่งชาติแอฟริกาใต้เผยวานนี้ว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แอฟริกาใต้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 16,302 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 2,195,599 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 151 ราย ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 64,289 ราย โดยการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อทำให้สัดส่วนผลตรวจโรคเป็นบวกอยู่ที่ 30.4%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์