ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯพ.ค. 64 อยู่ที่ 82.3 ต่ำสุดในรอบ 11 เดือน

8 มิ.ย. 64 11:52 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

   ส.อ.ท.เผย ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม เดือนพ.ค. 64 อยู่ที่ 82.3 ลดลงต่ำสุดในรอบ 11 เดือน หลังเจอโควิดระลอก 3 – คลัสเตอร์โรงงานกระทบภาคการผลิต ทำกิจกรรมศก.ชะลอ พร้อมแนะรัฐเร่งคุมการระบาด-กระจายวัคซีน อุ้มเอสเอ็มอี 

   นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมประจำเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา พบว่า ปรับลดลงมาอยู่ที่ 82.3 จากเดือนก่อนที่ 84.3 ซึ่งลดลงต่ำสุดในรอบ 11 เดือน และลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน

   นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นที่ปรับลดลง เป็นผลจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ที่ยังไม่คลี่คลาย รวมถึงมีคลัสเตอร์ในโรงงานอุตสาหกรรมส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนยังมีความล่าช้า รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังชะลอตัว และอุปสงค์ในประเทศยังฟื้นตัวได้ช้า

   ขณะเดียวกันผู้ประกอบการยังเผชิญกับปัญหาต้นทุนประกอบการปรับตัวสูงขึ้น ปัญหาขาดแคลนแรงงาน เอสเอ็มอีประสบปัญหาขาดแคลนสภาพคล่องทางการเงิน และขาดเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และอัตราค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูง และยังเจอปัญหาการขาดแคลนชิปอิเล็กทรอนิกส์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์

   ด้านปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่น ประกอบด้วย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น เราชนะ ม.33 เรารักกัน ช่วยสนับสนุนกำลังซื้อในประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ในหลายประเทศเริ่มคลี่คลาย และเริ่มทยอยเปิดเมือง นอกจากนี้ ยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทำให้การส่งออกของไทยรับอานิสงส์

   อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยหลัก ทั้งเรื่องราคาน้ำมัน และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้มากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยน และสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ มีความกังวลลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ในหลายประเทศเริ่มคลี่คลายและเริ่มทยอยเปิดเมือง โดยเฉพาะสหรัฐและจีนที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากความสามารถในการรับมือโควิด-19 ได้ดี

   ด้านข้อเสนอแนะภาครัฐ ให้เร่งรัดควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และเร่งกระจายวัคซีนให้กับประชาชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่โดยเร็วที่สุด รวมถึงให้ภาครัฐออกมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งลดเงื่อนไขและข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ

   นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐออกมาตรการลดค่าน้ำและค่าสาธารณูปโภค 30% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และเร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น ภาคก่อสร้าง อุตสาหกรรมอาหาร สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น รวมทั้งส่งเสริมการจ้างงานโดยเชื่อมโยงอุปสงค์และอุปทานด้านแรงงาน

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 

Cr. efinancethai