สภาพัฒน์ฯ เผยจีดีพีไตรมาส 1 ปี 64 ติดลบ 2.6% คาดทั้งปีโต 1.5-2.5%

17 พ.ค. 2564 • 11:23 การเงินธนาคาร

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2564 ลดลง 2.6% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับการลดลง 4.2% ในไตรมาสก่อนหน้าและเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2564 ขยายตัวจากไตรมาสที่สี่ของปี 2563 ที่  0.2% 

โดยด้านการใช้จ่าย มีแรงสนับสนุนสำคัญจากการกลับมาขยายตัวของการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน รวมทั้งการขยายตัวต่อเนื่องของการใช้จ่ายรัฐบาลและการขยายตัวเร่งขึ้นของการลงทุนภาครัฐ ในขณะที่การบริโภคภาคเอกชนและการส่งออกบริการลดลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนปรับตัวลดลง 0.5% เทียบกับการขยายตัว 0.9% ในไตรมาสก่อนหน้า การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลขยายตัว2.1%  ต่อเนื่องจากการขยายตัว 2.2% ในไตรมาสก่อนหน้า ในขณะที่อัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำในไตรมาสนี้อยู่ที่ 20.0% (ต่ำกว่าอัตราเบิกจ่าย 32.8% ในไตรมาสก่อนหน้าและ 28.2% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน) 

ด้านการลงทุนรวม ขยายตัว 7.3% ปรับตัวดีขึ้นมากจากการลดลง 2.5% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส  3.0% เทียบกับการลดลง 3.3% ในไตรมาสก่อนหน้า (การลงทุนในเครื่องมือเครื่องจักรขยายตัว 3.8% และการลงทุนในสิ่งก่อสร้างลดลง 0.4%) ส่วนการลงทุนภาครัฐขยายตัวในเกณฑ์สูง 19.6% เร่งขึ้นจากการขยายตัว 0.6% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการลงทุนรัฐบาลขยายตัว 28.4% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานต่ำในปี 2563 ส่วนการลงทุนรัฐวิสาหกิจขยายตัว 9.3% สำหรับอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนในไตรมาสนี้อยู่ที่ 13.3% (สูงกว่าอัตราเบิกจ่าย 11.3% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 11.6% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า)

ในด้านภาคการค้าต่างประเทศ การส่งออกสินค้า มีมูลค่า 64,004 ล้านดอลลาร์ กลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส 5.3% เทียบกับการลดลง 1.5% ในไตรมาสก่อนหน้าสอดคล้องกับการฟื้นตัวที่ชัดเจนของเศรษฐกิจโลกและการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าในตลาดโลก โดยปริมาณและราคาส่งออกเพิ่มขึ้น 3.1% และ 2.1% ตามลำดับ เมื่อหักการส่งออกทองคำที่ยังไม่ขึ้นรูปออกแล้ว มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัว 11.8% และเมื่อคิดในรูปของเงินบาท มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัว 1.9% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 56,615 ล้านดอลลาร์ สรอ. ขยายตัว 9.5% เทียบกับการลดลง 5.9% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยปริมาณและราคานำเข้าเพิ่มขึ้น 6.7% และ 2.6% ตามลำดับ

ด้านการผลิต สาขาเกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 ที่ 1.9% ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัว 0.4% ในไตรมาสก่อนหน้า สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม กลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาสที่ 0.7%  ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลง 0.7%  ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมกลุ่มการผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศและอุตสาหกรรมกลุ่มการผลิตเพื่อส่งออกเป็นสำคัญ สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร ลดลง 35.0% ต่อเนื่องจากการลดลง 35.2% ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการลดลงมากอย่างต่อเนื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 99.7% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19

สำหรับรายรับจากนักท่องเที่ยวชาวไทยในไตรมาสนี้อยู่ที่ 0.093 ล้านล้านบาท ลดลง 51.0% ต่อเนื่องจากการลดลง 45.1% ในไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการเปิดประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist VISA: STV) ส่งผลให้ในไตรมาสนี้มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวน 20,172 คน (รวมนักท่องเที่ยวกลุ่ม Thailand Privilege Card) อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่% 16.15 ลดลงจาก% 32.49 ในไตรมาสก่อนหน้า และต่ำกว่า% 52.40 ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า ลดลง 17.7% ต่อเนื่องจากการลดลง 21.1% ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการลดลงของบริการขนส่งซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ในส่วนของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานอยู่ที่ 2.0% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 1.9% ในไตรมาสก่อนหน้า และสูงกว่าอัตราการว่างงาน 1.0% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ -0.5% ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 2.6 พันล้านดอลลาร์ สรอ. (7.71 หมื่นล้านบาท) หรือคิดเป็น 1.9% ของ GDP เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564 อยู่ที่ 2.46 แสนล้านดอลลาร์ สรอ. และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564 มีมูลค่าทั้งสิ้น 8,472,187.0 ล้านบาท คิดเป็น53.3%  ของ GDP

นายดนุชา เปิดเผยต่อว่า เศรษฐกิจไทยปี 2564 คาดว่าจะขยายตัว 1.5 – 2.5% ปรับตัวดีขึ้นอย่างช้า ๆ จากการลดลง 6.1% ในปี 2563 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก (1) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก (2) แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และ (3) การปรับตัวตามฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติในปี 2563 

ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์ สรอ.จะขยายตัว 10.3% ขณะที่การอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัว 1.6% และ 4.3% ตามลำดับ ส่วนการลงทุนภาครัฐคาดว่าจะขยายตัว 9.3% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ในช่วง 1.0 – 2.0% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 0.7% ของ GDP โดยรายละเอียดของการประมาณการเศรษฐกิจในปี 2564 ในด้านต่าง ๆ มีดังนี้ 

1. การใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภค (1) การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 1.6% ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลง 1.0% ในปี 2563 แต่เป็นการปรับลดลงจากการขยายตัว 2.0% ในประมาณการครั้งก่อน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ภายในประเทศที่มีความรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังพฤติกรรมการใช้จ่ายที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ รวมทั้งรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดในบางพื้นที่ สอดคล้องกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนเมษายนที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 40.3 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และ (2) การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคภาครัฐบาล คาดว่าจะขยายตัว% 5.1 เท่ากับการประมาณการครั้งก่อน และเร่งขึ้นจาก 0.8% ในปี 2563 สอดคล้องกับสมมติฐานอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำภายใต้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ที่  98.0% ของวงเงินงบประมาณ และการเบิกจ่ายสะสมภายใต้พระราชกำหนดเงินกู้ฯ 1 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปีงบประมาณ 2564 จาก 80% ของวงเงินกู้ เท่ากับสมมติฐานการประมาณการครั้งก่อน

2. การลงทุนรวม คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.3% เทียบกับการลดลง 4.8% ในปี 2563 และเป็นการปรับลดจาก 5.7% ในการประมาณการครั้งก่อน โดยคาดว่าการลงทุนภาครัฐ จะขยายตัว 9.3% ปรับลดจาก 10.7% ในการประมาณการครั้งก่อน ตามการปรับลดสมมติฐานอัตราเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนภายใต้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 จาก 75% ในการประมาณการครั้งก่อน เป็น 70% เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลอัตราการเบิกจ่ายในครึ่งแรกของปีงบประมาณ ที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าในสมมติฐานการประมาณการครั้งที่ผ่านมา ส่วนการลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 4.3% เทียบกับการลดลง 8.4% ในปี 2563 และเป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากการขยายตัว 3.8% ในการประมาณการครั้งก่อน สอดคล้องกับแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจและการค้าโลก

3. มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์ สรอ. คาดว่าจะขยายตัว10.3%  เทียบกับการลดลง 6.6% ในปี 2563 และเป็นการปรับเพิ่มจากการขยายตัว 5.8% ในการประมาณการครั้งที่ผ่านมา โดยคาดว่าปริมาณการส่งออกสินค้าจะขยายตัว 7.3% สูงกว่าการขยายตัว 3.8% ในการประมาณการครั้งก่อน สอดคล้องกับการปรับเพิ่มสมมติฐานการขยายตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก รวมทั้งการปรับเพิ่มสมมติฐานราคาส่งออกสินค้าตามสมมติฐานราคาน้ำมันในตลาดโลกและแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการส่งออกบริการลดลงจากการประมาณการครั้งที่ผ่านมาตามการปรับลดสมมติฐานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในปี 2564 จาก 3.2 ล้านคนเป็น 5 แสนคน เมื่อรวมกับการปรับเพิ่มประมาณการการส่งออกสินค้า ทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการรวมขยายตัว1.8%  เทียบกับการลดลง0.2%  ในการประมาณการครั้งก่อนและการลดลง 19.4% ในปี 2563

Cr. การเงินธนาคาร