หอการค้า เผยดัชนีเชื่อมั่นเม.ย. ลดลงอยู่ที่ 27.6 รับผลกระทบจากโควิด

11 พ.ค. 64 14:24 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

   หอการค้า เผยดัชนีเชื่อมั่นเดือนเม.ย. อยู่ที่ 27.6 ลดลงจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 30.7 หลังประชาชนกังวลโควิด-19 ระบาดรอบ 3 แนะรัฐเร่งฉีด กระจายวัคซีน หวังสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

  นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าไทย เดือน เม.ย.64 ว่า ดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าไทย เดือนเม.ย. 64 อยู่ที่ 27.6 ลดลงจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 30.7 โดยดัชนีเชื่อมั่นลดลงในทุกด้านทั้งการบริโภค ลงทุน การท่องเที่ยว การเกษตร และภาคการค้า บริการ โดยเป็นผลจากความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 3 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน การทำธุรกิจ และภาควะเศรษฐกิจของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต หากไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

  นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบ จากภาครัฐออกมาตรการควบคุมการระบาดของโรค และมาตรการควบคุมแบบบูรณาการจำแนกตามเขตพื้นที่ ภายใต้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อมิให้เหตุการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงการสั่งปิดกิจการทางธุรกิจในหลายประเภท โดยเฉพาะธุรกิจกลางคืน รวมถึงการงดกิจกรรมสงกรานต์ในหลายพื้นที่

  ขณะเดียวกันยังมีการชะลอการบริโภคและการจับจ่ายใช้สอย จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบ 3 ธุรกิจเริ่มขาดสภาพคล่องและปิดกิจการ ส่งผลให้มีการปลดคนงานเพิ่มขึ้น หรือมีการลดเงินเดือน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 64 โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ที่ 2.3% ต่อปี ลดลงจากประมาณการเมื่อเดือนม.ค. 64 ที่ 2.8% ต่อปี

  ด้านปัจจัยบวก ประกอบด้วย ภาครัฐดำเนินมาตรการเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในโครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน เราชนะ และเรารักกัน เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อให้ปรับตัวดีขึ้นทั่วประเทศ การส่งออกของไทยเดือนมี.ค. 64 ขยายตัว 8.47% มูลค่าอยู่ที่ 24,222 ล้านดอลลาร์ และการนำเข้าขยายตัว 14.12% มีมูลค่า 23,511.65 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 515.66 ล้านดอลลาร์

  ในขณะที่ราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับดีขึ้น หรือ ทรงตัวในระดับที่ดี โดยเฉพาะข่าว ยางพารา และมันสำปะหลัง ส่งผลให้เกษตรกรในบางพื้นที่เริ่มมีรายได้สูงขึ้น และกำลังซื้อในต่างจังหวัดปรับตัวดีขึ้น

  สำหรับแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหา เสนอให้เร่งจัดหาวัคซีนให้เพียงพอต่อจำนวนประชากร เร่งกระจายการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และทำให้การดำเนินชีวิตกลับสู่ภาวะปกติหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มมีการคลี่คลายลง เร่งการหยุดการกระจายเชื้อไวรัส ที่เป็นคลัสเตอร์และกระจายตัวอยู่ในชุมชนแออัดตามพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

  รวมถึงออกมาตรการทางการเงินช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจในการช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินกิจการ รักษาการจ้างงาน พัฒนาทักษะแรงงานและปรับรูปแบบธุรกิจ ให้กลับมาสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เร่งแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวของประเทศให้พร้อมดำเนินการทันที เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ควบคุมได้ และประชาชนมีภูมิคุ้มกันต่อโรคในระดับที่ไม่เป็นอันตราย

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  กรณัช พลอยสวาท 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 

Cr. efinancethai