สต็อกวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในสหรัฐพุ่งกว่า 20 ล้านโดส เหตุวิตกผลข้างเคียง

09 เม.ย. 64 13:18น. infoquest

สต็อกวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าในสหรัฐพุ่งขึ้นมากกว่า 20 ล้านโดสแล้วในขณะนี้ โดยวัคซีนดังกล่าวซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้สต็อกไว้เป็นจำนวนมากนั้น ยังไม่มีแนวโน้มที่จะถูกนำมาใช้ในโครงการฉีดวัคซีนของรัฐบาล เนื่องจากยังไม่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐ

แอสตร้าเซนเนก้ากำลังเผชิญกับคำถามด้านความปลอดภัยจากหลายประเทศ และกำลังถูกตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐซึ่งเคยตำหนิว่า ทางบริษัทมีความผิดพลาดในการทดลองทางคลีนิกและเปิดเผยข้อมูลแค่เพียงบางส่วน

สต็อกวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่มีมากกว่า 20 ล้านโดสนั้น ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า ปธน.ไบเดนจะทำอย่างไรกับวัคซีนเหล่านี้

นายแพทย์เซค เอมมานุเอล แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายสาธารณสุขของอดีตปธน.บารัค โอบามา แนะนำว่า รัฐบาลควรจะนำวัคซีนดังกล่าวไปแจกจ่าย เนื่องจากสหรัฐยังไม่มีแผนที่จะใช้วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าในขณะนี้

ขณะที่แพทย์หญิงเซลีน กาวน์เดอร์ กรรมการที่ปรึกษาด้านการป้องกันโรคโควิด-19 ในคณะบริหารของปธน.ไบเดน ได้แสดงท่าทีเห็นด้วยว่าควรนำวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไปบริจาคหลังจากวัคซีนได้รับการรับรองจาก FDA แล้ว

องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผู้ใหญ่ที่ได้รับการฉีดวัคซีน

ทั้งนี้ EMA ได้ทำการตรวจสอบหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันกรณีการเกิดลิ่มเลือดที่ผิดปกติในร่างกายของผู้ที่ได้รับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าบางราย โดย EMA ระบุว่า เป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข และผู้ที่จะได้รับวัคซีนดังกล่าวจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้ และให้ความระมัดระวังต่อการเกิดอาการต่างๆในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการฉีดวัคซีนซึ่งได้แก่ อาการหายใจติดขัด, อาการปวดหน้าอก, อาการบวมที่ขา, อาการเจ็บที่ท้อง, อาการปวดศรีษะ, สายตาพร่ามัว และอาการบวมที่ผิวหนังนอกเหนือจากบริเวณที่ได้รับการฉีดวัคซีน รวมทั้งอาการทางระบบประสาทอื่นๆ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์