อย.ยันมี 14 บริษัท ขอขึ้นทะเบียนวัคซีน แต่ส่งเอกสารมาเพียง 4 เจ้าเท่านั้น

วันที่ 8 เมษายน 2564 – 17:19 น. มติชน

อย.ยันมี 14 บริษัท ขอขึ้นทะเบียนวัคซีน แต่ส่งเอกสารมาเพียง 4 เจ้าเท่านั้น

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงความคืบหน้าและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า อย.ได้ร่วมประชุมกับกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทย รวมถึงบริษัทผู้ผลิตวัคซีน อย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่ออธิบายขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์วัคซีน และการเป็นผู้รับอนุญาตนำเข้า

“เพราะเราอยากให้มีวัคซีนที่เข้ามาใช้ในประเทศได้มากขึ้น ซึ่งขั้นตอนการขึ้นทะเบียนวัคซีน ประกอบ 2 ส่วน คือ 1.บริษัทที่นำเข้าจะต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตนำเข้าก่อน ในรายละเอียดเช่น มีสถานที่เก็บยา มีเภสัชกรจัดการดูแล 2.การขึ้นทะเบียนวัคซีน ซึ่ง อย.จะดูใน 3 ส่วนใหญ่ ได้แก่ ความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิภาพ/ประสิทธิผล นอกจากนี้ ยังสร้างช่องทางพิเศษที่มีมาตรฐาน เพื่อความรวดเร็วใน 30 วัน นับตั้งแต่วันยื่นเอกสารครบถ้วน” นพ.ไพศาล กล่าวและว่า ภาคเอกชนสามารถนำเข้าได้ เพื่อบริการฉีดให้กับประชาชนได้ แต่อยู่ภายใต้การใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉะนั้นจะต้องมีการควบคุม มีการลงทะเบียนผู้รับวัคซีน ติดตามความปลอดภัย ผลข้างเคียงต่างๆ

นพ.ไพศาล กล่าวยืนยันว่า อย.ไม่เคยปิดกั้นการขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโควิด-19 พร้อมทั้งเชิญชวนให้ภาคเอกชน เช่น รพ.เอกชน บริษัทเอกชน นำเข้าวัคซีนเพื่อบริการฉีดให้กับประชาชน ขณะนี้มี 14 บริษัทเอกชนที่เข้ามาติดต่อ อย. เพื่อขอนำเข้าและขึ้นทะเบียนวัคซีน แต่มีเพียง 4 รายที่ส่งเอกสารมา และ อย.ได้อนุมัติไปแล้ว 3 ราย คือ 1.วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า นำเข้าโดยบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด 2.วัคซีนโคโรนาแวค โดยบริษัท ซิโนแวค นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และ 3.วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โดยบริษัท แจนเซ่น-ซีแลก จำกัด ส่วนรายที่ 4 คือ วัคซีนบารัต ประเทศอินเดีย โดยบริษัทไบโอเจเนเทค ยังรอเอกสารผลการทดลองวัคซีนในมนุษย์ระยะที่ 3 อยู่

“ฉะนั้นอีก 10 ราย เราก็อยากเชิญชวนให้มาส่งเอกสารเพื่อขึ้นทะเบียน เพราะมีวัคซีนในหลายตัว เช่น วัคซีนโมเดิร์นนา นำเข้าโดยบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา วัคซีนซิโนฟาร์ม วัคซีนสปุตนิกวี มาติดต่อแต่ยังไม่มายื่นขึ้นทะเบียน” นพ.ไพศาล กล่าว

นพ.ไพศาล กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ขณะนี้ความต้องการวัคซีนมีมากกว่ากำลังการผลิต ฉะนั้น เป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันเพื่อไม่ให้มีคำถามว่า ทำไมเอกชนนำเข้าวัคซีนไม่ได้ เพราะจะเห็นได้ว่า เราได้เชิญชวนและก็มีผู้เข้ามาติดต่อจำนวนมาก เพียงแต่ อย.เองก็รอการนำเอกสาร ผลงานวิจัย การศึกษามาประเมินให้ครบกระบวนการความปลอดภัยและคุณภาพวัคซีน

ผู้สื่อข่าวถามว่า การบริการฉีดวัคซีนในปัจจุบันเป็นอย่างไร มีประเทศใดฉีดโดยภาคเอกชนหรือไม่ นพ.ไพศาล กล่าวว่า ข้อมูลปัจจุบันพบว่า ทุกประเทศทั่วโลก ยังเป็นการฉีดภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาล ยังไม่มีการฉีดโดยภาคเอกชน เนื่องจากเป็นการใช้วัคซีนในภาวะฉุกเฉิน

Cr. มติชน