สหราชอาณาจักรพบฉีดวัคซีนโควิดโดสแรกช่วยลดเสี่ยงติดเชื้อ 62%

Infoquest

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนของสหราชอาณาจักรรายงานผลการศึกษาที่ระบุว่า ผู้สูงอายุในบ้านพักคนชราของอังกฤษมีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดลง 62% หลังได้รับวัคซีนโดสแรกผ่านไป 5 สัปดาห์

การศึกษาดังกล่าวได้รับเงินสนับสนุนจากกรมอนามัยและบริการสังคมของสหราชอาณาจักร โดยได้ติดตามข้อมูลของผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรา ซึ่งมีอายุเฉลี่ย 86 ปี จำนวนกว่า 10,400 คน ระหว่างเดือนธ.ค. 2563 จนถึงเดือนมี.ค. 2564 โดยเปรียบเทียบจำนวนผู้ติดเชื้อในกลุ่มคนที่รับและไม่ได้รับวัคซีน

วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของอ็อกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์-บิออนเทค สามารถลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อได้ราว 56% หลังฉีดโดสแรกไปแล้ว 28-34 วัน และลดความเสี่ยงได้ 62% หลังผ่านไป 35-48 วัน

อย่างไรก็ดี แม้ผลการศึกษาข้างต้นยังไม่ผ่านการทบทวนโดยคณะผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการตรวจสอบประสิทธิภาพของวัคซีนในการลดการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ ซึ่งเป็นตัวการหลักของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

“การศึกษาผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการนั้นเป็นประโยชน์ เพราะเราต้องการลดจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดลง”

ดร. ลอรา ชัลครอส จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ผู้เขียนบทวิเคราะห์กล่าว

ข้อมูลอย่างเป็นทางการ ณ วันที่ 29 มี.ค. ระบุว่า สหราชอาณาจักรตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่ม 4,654 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 4,337,696 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 23 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยเสียชีวิตรวมอยู่ที่ 126,615 ราย โดยตัวเลขนี้นับเฉพาะการเสียชีวิตภายใน 28 วัน หลังมีผลตรวจโรคเป็นบวกครั้งแรก

ขณะเดียวกันสหราชอาณาจักรฉีดวัคซีนโดสแรกให้ประชาชนกว่า 30.4 ล้านคนแล้ว โดยรัฐบาลอังกฤษเร่งเดินหน้าการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ 9 กลุ่มเสี่ยงสูง ซึ่งรวมถึงผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ภายในวันที่ 15 เม.ย. และฉีดให้ประชากรวัยผู้ใหญ่ทุกคนภายในสิ้นเดือนก.ค.

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์