ฮ่องกงเล็งลดกักตัวเหลือ 14 วันสำหรับผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยงต่ำ หวังศก.เปิดตัวโดยเร็ว

30 มี.ค. 64 10:25 Infoquest

เจ้าหน้าที่รัฐบาลฮ่องกงแถลงว่า รัฐบาลฮ่องกงเตรียมลดระยะเวลาบังคับกักตัวจาก 21 วัน ลงเหลือ 14 วันสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ รวมไปถึงผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงระดับปานกลางที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว แต่ทั้งสองกลุ่มจะยังคงต้องเฝ้าระวังตนเองต่อไปอีก 7 วัน โดยรัฐบาลฮ่องกงมีการพิจารณาเช่นนี้เพื่อพยายามเร่งกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งหลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายเอ็ดเวิร์ด เหยา รัฐมนตรีการค้าและการพัฒนาเศรษฐกิจของฮ่องกงเปิดเผยว่า ฮ่องกงจะร่วมหารือเรื่องนโยบาย “ทราเวล บับเบิล” (Travel Bubble) กับหลายๆ ประเทศ รวมถึงสิงคโปร์ ขณะที่สิงคโปร์ก็ได้ระบุว่า ได้รับข้อเสนอจากฮ่องกงเกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้เดินทางเข้าพื้นที่ได้อีกครั้งแล้ว และจะมีการตอบกลับในเร็วๆ นี้

เจ้าหน้าที่ยังระบุด้วยว่า รัฐบาลฮ่องกงจะอนุญาตให้กลับมาเปิดสระว่ายน้ำและชายหาดสาธารณะได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป และจะผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อควบคุมโรคโควิด-19 บางส่วน หลังจากที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดครั้งล่าสุดในพื้นที่ธุรกิจและพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว

นอกจากนี้ รัฐบาลฮ่องกงจะอนุญาตให้โรงภาพยนตร์และสวนสนุกสามารถเปิดรับผู้เข้าใช้บริการได้ 75% ของจำนวนที่รองรับสูงสุด และเสนอให้พิจารณาผ่อนคลายมาตรการควบคุมที่ใช้กับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา อย่างไรก็ดี สถานประกอบการประเภทบาร์และบาร์คาราโอเกะยังคงต้องปิดให้บริการต่อไป

ขณะนี้ฮ่องกงมีอัตราการฉีดวัคซีนในระดับต่ำมาก รัฐบาลฮ่องกงจึงพยายามผลักดันนโยบายด้านการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น โดยการที่ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวนมากนั้น เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งของฮ่องกง

อย่างไรก็ดี แผนระดมฉีดวัคซีนของรัฐบาลฮ่องกงจนถึงขณะนี้กลับต้องพบกับอุปสรรค เนื่องจากประชาชนไม่เชื่อใจรัฐบาลฮ่องกงที่ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลจีน รวมถึงไม่มั่นใจในคุณภาพของวัคซีนที่ผลิตในประเทศจีน นอกจากนี้การที่รัฐบาลฮ่องกงมีคำสั่งระงับการใช้วัคซีนของไฟเซอร์-บิออนเทคเป็นการชั่วคราวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากพบข้อบกพร่องในบรรจุภัณฑ์จำนวนเล็กน้อยนั้น ก็ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเช่นกัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์