สทท.เผยดัชนีเชื่อมั่นธุรกิจท่องเที่ยว Q1/64 ต่ำกว่าปกติ คาดฟื้นใน Q2/64

29 มี.ค. 64 10:14 Infoquest

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในไตรมาส 1/64 เท่ากับ 36 สะท้อนสถานการณ์ท่องเที่ยวอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติมากที่สุด และแย่กว่าไตรมาสที่ผ่านมาในระดับมาก

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ในไตรมาส 2/64 เท่ากับ 56 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการคาดว่า ผลประกอบการในไตรมาสหน้าจะดีขึ้นกว่าไตรมาสนี้เล็กน้อย และสถานการณ์ท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติมาก

นายวิชิต ประกอบโกศล รองประธาน สทท. ด้านตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า หลังจากจะมีการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนโควิดครบแล้ว โดยไม่ต้องกักตัว ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 ก.ค.นี้ นำร่องที่ จ.ภูเก็ต นั้น คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวช่วง ก.ค.-ธ.ค. 64 ในกลุ่มเป้าหมาย 5 ตลาดใหญ่ รวม 2 ล้านคน สร้างรายได้ 1.05 แสนล้านบาท โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวอันดับ 1 คือ จากจีน ฮ่องกง มาเก๊า ที่คาดว่าจะเข้ามาท่องเที่ยวถึง 7 แสนคน อันดับ 2 ยุโรป ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา 6 แสนคน 3.เอเชียตะวันออก (เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน) 2.5 แสนคน 4.อาเซียน 10 ประเทศ (สิงคโปร์, มาเลเซีย, เวียดนาม) 2.5 แสนคน 5.เอเชียใต้/ตะวันออกกลาง (อินเดีย ยูเออี อิสราเอล) 2 แสนคน

นายวิชิต เสนอแนะว่ารัฐบาลควรเร่งทำ Travel Bubble กับจีน หรือสิงคโปร์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง เนื่องจากแม้เราจะไม่มีการกักตัว แต่นักท่องเที่ยวจีนหากกลับประเทศ ยังต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วันจึงควรตกลงกับทางจีนให้เรียบร้อยก่อน

อย่างไรก็ตาม นายวิชิต ประเมินว่า หากมีการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในพื้นที่กระบี่ พังงา สมุย พัทยา เชียงใหม่ นอกเหนือจากภูเก็ต คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวช่วง ก.ค.-ธ.ค. 64 ในกลุ่มเป้าหมาย 5 ตลาดใหญ่ รวมเป็น 3 ล้านคน สร้างรายได้ 1.56 ล้านบาท

นายวิชิต ยอมรับว่า หากไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่ กทม.ได้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าไว้ คงไม่ถึง 6 ล้านคนแน่นอน

ด้านนายธเนศ ตันติพิริยะกิจ อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต หรือ ภูเก็ต Sandbox ว่า ก่อนวันที่ 1 ก.ค.64 จำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้กับประชาชน แรงงานต่างด้าว รวมแล้ว 9.2 แสนโดส ซึ่งในขณะนี้ได้วางแผนการฉีดร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และคณะแพทย์ในพื้นที่ วางจุดฉีดวัคซีน 9 จุดทั่วจังหวัด จะสามารถฉีดได้ 1-1.2 หมื่นโดสต่อวัน และวัคซีนล็อตแรก 1 แสนโดสที่จะเริ่มฉีดในวันที่ 1 เม.ย.นี้ คาดว่า ใช้เวลา 8-10 วันก็จะฉีดได้ครบ

ทั้งนี้ นายธเนศ ระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว มีผลตรวจไม่เป็นโควิด-19 และเป็นเครื่องบินตรงเข้าภูเก็ตโดยไม่ต้องกักตัว เมื่อมาถึงต้องอยู่ภายในภูเก็ตอย่างน้อยเป็นเวลา 7 วัน หลังจากนั้นก็สามารถเดินทางไปจังหวัดอื่นๆ ได้

ทั้งนี้ นายธเนศ คาดว่า เมื่อมีการเปิดรับนักท่องเที่ยว และสามารถฉีดวัคซีนได้ครบ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ จะสามารถสร้างรายได้ 84,290 ล้านบาท แต่หากกว่าจะฉัดวัคซีนฉีดได้ครบเป็นเดือนต.ค. คาดว่าสร้างรายได้ 55,000 ล้านบาท และในขณะนี้การท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต เริ่มกลับมาคึกคักมากขึ้น โดยมีนักท่องเที่ยวกลับไปเที่ยวเป็นหลักหมื่นคนแล้ว

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธาน สทท. กล่าวว่า สทท.พร้อมผลักดันโครงการไทยยิ้ม โดยมีแนวคิดขอให้รัฐคืนยิ้มให้คนไทย และผู้ประกอบการไทย ผ่าน 3 โครงการ

1.โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 พร้อมขยายสิทธิ 2 ล้านสิทธิ

2.โครงการทัวร์เที่ยวไทย 5,000 ล้านบาท โดยให้รัฐสนับสนุน 40% ไม่เกินคนละ 5,000 บาท ให้กับ 1 ล้านสิทธิ

3.โครงการชีพจรลง South ภาค 3 ตอน “เราเที่ยวใต้” ที่จะเปิดตัววันที่ 3 เม.ย.นี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในภาคใต้

นายชำนาญ เชื่อว่า หลังจากยุคโควิด-19 การท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไป ซึ่ง สทท.แนะว่า ผู้ประกอบการโรงแรมควรจะปรับเปลี่ยนรูปแบบ Wellness Hotel และอยากให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ให้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเพิ่มศักยภาพสามารถแข่งขันกับนานาชาติก่อนเดือน ต.ค.นี้ และควรจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูท่องเที่ยว โดยเก็บจากนักท่องเที่ยวคนละ 100-300 บาท

รวมถึงผลักดันนโยบายท่องเที่ยวสีขาว และ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ในกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ผ่าน Happy Model (โมเดลอารมณ์ดี มีความสุข) เพื่อให้การท่องเที่ยวที่จะเริ่มใหม่ ไม่สร้างปัญหาให้กับพื้นที่และสิ่งแวดล้อม

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์