อังกฤษยันวัคซีนแอสตราเซเนกาป้องกันโควิดได้

จันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 15.37 น. เดลินิวส์

รัฐบาลสหราชอาณาจักรยืนยันว่า “ยังไม่มีหลักฐาน” ว่าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด ไม่สามารถลดอัตราการป่วยหนักและการเสียชีวิตจากเชื้อกลายพันธุ์ หลังแอฟริกาใต้ประกาศระงับใช้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ว่านายเอ็ดเวิร์ด อาร์การ์ รมช.สาธารณสุขของสหราชอาณาจักร กล่าวถึงการที่รัฐบาลแอฟริกาใต้ระงับแผนการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด ว่ายังไม่มีหลักฐานใดสามารถบ่งชี้ได้อย่างชัดเจน ว่าวัคซีนตัวดังกล่าวจะไม่สามารถป้องกันการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อาการป่วยหนัก และการเสียชีวิต หากเป็นอาการป่วยจากเชื้อชนิดกลายพันธุ์

อาร์การ์กล่าวต่อไปว่า ในสหราชอาณาจักรมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เป็นผลจากการได้รับเชื้อแบบกลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้เช่นกัน แต่มีจำนวนน้อยมาก โดยส่วนใหญ่เป็นเชื้อชนิดกลายพันธุ์พบในประเทศ ซึ่งยืนยันครั้งแรกที่เมืองเคนต์ เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว และผลการวิจัยซึ่งปรากฏในวารสารการแพทย์หลายฉบับยืนยันว่า วัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด สามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อังกฤษ “ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” และนับตั้งแต่เริ่มแคมเปญแจกจ่ายวัคซีนให้แก่ประชาชน เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบันมีผู้ได้รับวัคซีน “อย่างน้อย 1 โด๊ส” เป็นจำนวนมากกว่า 12 ล้านคน

ท่าทีดังกล่าวของทางการสหราชอาณาจักร เกิดขึ้นหลังรัฐบาลแอฟริกาใต้ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระงับการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา/ออกฟซอร์ด ที่ตามกำหนดจะเริ่มในวันพุธที่ 10 ก.พ.นี้ สืบเนื่องจากรายงานวิจัยของมหาวิทยาลัยวิตวอเทอร์สแรนด์ ในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ระบุเกี่ยวกับประสิทธิภาพทางคลินิก “ในเบื้องต้น” ของวัคซีนดังกล่าว ที่มีต่อเชื้อชนิดกลายพันธุ์แบบที่พบในแอฟริกาใต้ ว่าประสิทธิภาพการป้องกัน “ยังไม่น่าพึงพอใจเท่าใดนัก”.   

เครดิตภาพ : REUTERS

Cr. เดลินิวส์