แอสตราเซเนกาเตรียมเพิ่มโควตาวัคซีนให้อียู

จันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.52 น. เดลินิวส์

บริษัทแอสตราเซเนกาของสหราชอาณาจักรเตรียมส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่อียู เพิ่มจากเดิมที่ตกลงกันไว้อีก 9 ล้านโดส ภายในเดือนมี.ค. นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่านางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าบริษัทแอสตราเซเนกาเตรียมส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่อียู “เพิ่มอีก 9 ล้านโดส” หรือ “ประมาณ 30%” จากรายการสั่งซื้อที่ยื่นไปก่อนหน้านี้ ขณะที่การกำหนดการส่งมอบวัคซีนตามข้อตกลงที่ลงนามร่วมกันเมื่อเดือนส.ค. ปีที่แล้ว จะเริ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนก.พ. เร็วขึ้นจากเดิมประมาณ 1 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ฟอน แดร์ เลเยน ยอมรับว่า ช่วงเวลาระหว่างเดือนก.พ. ถึงมี.ค. “ยังคงเป็นอุปสรรค” สำหรับอียู ในการรับมอบและจัดสรรวัคซีนให้แก่สมาชิกทั้ง 27 ประเทศ เนื่องจากแอสตราเซเนกายังคงยืนยัน “ปัญหาทางเทคนิค” ของสายงานการผลิต เท่ากับว่าสหภาพจะยังคงได้รับวัคซีนประมาณครึ่งเดียว จากแผนการสั่งซื้อลอตแรก 40 ล้านโดส ที่รวมกับโควตาเพิ่มเติมอีก 9 ล้านโดสแล้ว แต่เธอยังคงเชื่อมั่นว่า อียูจะสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย คือสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชากรวัยผู้ใหญ่ได้ไม่ต่ำกว่า 70% ภายในช่วงฤดูร้อนของปีนี้

อนึ่ง องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป ( อีเอ็มเอ ) ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รับรองการใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉินให้กับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แอสตราเซเนกาจากสหราชอาณาจักร ซึ่งพัฒนาวัคซีนดังกล่าวร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด  “กับบุคคลซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป” หลังค่าเฉลี่ยผลการทดสอบประสิทธิภาพทางคลินิกจากทุกระยะ บ่งชี้ว่าวัคซีนในชื่อ “ADZ1222” มีประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันประมาณ 60%

วัคซีน ADZ1222 จึงถือเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งผ่านการอนุมัติจากอีเอ็มเอเป็นรายการที่สาม ต่อจากวัคซีนที่บริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ พัฒนาร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี และวัคซีนของบริษัทโมเดอร์นาจากสหรัฐ แต่อีเอ็มเอประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนทั้งสองรายการก่อนหน้าไว้ที่ 95% ซึ่งสูงกว่ามาก เมื่อเทียบกับวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด.

เครดิตภาพ : REUTERS

Cr. เดลินิวส์