เศรษฐกิจภูมิภาคธ.ค.63 ปรับตัวดีขึ้นจากอุปสงค์ในประเทศ แต่ยังกังวลโควิด

Infoquest

นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนธ.ค.63 ว่า เศรษฐกิจภูมิภาคในเดือนธ.ค.63 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า จากอุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคเหนือ อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมในหลายภูมิภาคปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกใหม่

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าทั้งจากการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจ ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ขยายตัว 12.9% ต่อปี ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 19.0% ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ขยายตัว 16.0% และ 18.2% ต่อปี ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเนื่องจากรายได้เกษตรกรกลับมาขยายตัวที่ 1.2% ต่อปี จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอลง -0.7% ต่อปี

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวได้ดีอยู่ที่ 26.3% และ 22.5% ต่อปี ตามลำดับ เช่นเดียวกับเงินทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการที่ขยายตัว 836.3% ต่อปี ด้วยจำนวน 2,969 ล้านบาท จากโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้า ขนาดกำลัง 24 เมกะวัตต์ จากเชื้อเพลิงชีวมวลและจำหน่ายไอน้ำ ในจังหวัดขอนแก่น เป็นสำคัญ

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 77.0 จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 76.5 สำหรับในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.3% ต่อปี

ภาคตะวันออก

เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะด้านการบริโภคภาคเอกชนการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนจากรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ 35.1% ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่กลับมาขยายตัว 4.4% และ 4.9% ต่อปี ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอตัว -12.5% และ -19.6% ต่อปี ตามลำดับ

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ ขยายตัว 15.3% และ 24.9% ต่อปี นอกจากนี้ เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการขยายตัว 376.3% ต่อปี ด้วยจำนวน 4,164 ล้านบาท จากโรงงานผลิตเหล็กลวด เหล็กรูปพรรณในจังหวัดปราจีนบุรีเป็นสำคัญ เช่นเดียวกับเงินทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการขยายตัว 1,428.9% ต่อปี ด้วยจำนวน 2,843 ล้านบาท จากโรงงานผลิตเม็ดเทอร์โมพลาสติกรับเบอร์ รับเบอร์คอมปาวด์ และพลาสติกคอมปาวด์ ในจังหวัดระยอง เป็นสำคัญ

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 107.2 จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 105.2 สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.2% ต่อปี

ภาคเหนือ

เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ทั้งจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ขยายตัว 1.2% ต่อปี จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอตัว -3.0% ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ขยายตัว 29.5% และ 15.6% ต่อปี ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเนื่องจากรายได้เกษตรกรกลับมาขยายตัว 0.6% ต่อปี จากเดือนก่อนหน้าชะลอลง -7.8% ต่อปี

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ ขยายตัวได้ดีที่ 44.7% และ 33.5% ต่อปี ตามลำดับ นอกจากนี้ เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการ ขยายตัว 625.8% ต่อปี ด้วยจำนวน 1,593 ล้านบาท จากโรงงานทอชิ้นส่วนชุดชั้นใน ในจังหวัดตาก เป็นสำคัญ เช่นเดียวกับเงินทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการขยายตัว 1,658.6% ต่อปี ด้วยจำนวน 2,386 ล้านบาท จากโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล กำลังการผลิต 15 เมกะวัตต์ ในจังหวัดกำแพงเพชรเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 51.7 และ 63.0 ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 53.7 และ 63.6 ตามลำดับ สำหรับในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.2% ต่อปี

กทม.และปริมณฑล

เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าทั้งจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนจากรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ 11.1% ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ กลับมาขยายตัวที่ 19.7% และ 9.1 ต่อปี ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอตัว -3.5% และ -7.1% ต่อปี ตามลำดับ

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ ขยายตัวได้ดีอยู่ที่ 28.7% ต่อปี นอกจากนี้ เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการ ขยายตัว 42.3% ต่อปี ด้วยจำนวน 6,042 ล้านบาท จากทำผลิตภัณฑ์โลหะสำหรับใช้ในการก่อสร้างหรือติดตั้ง การทำส่วนประกอบสำหรับใช้ในการต่อเรือ การผลิตและประกอบเครื่องส่งกำลังกล เช่น กระบอกไฮดรอลิก เครื่องอัด ในจังหวัดปทุมธานี เป็นสำคัญ เช่นเดียวกับเงินทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการขยายตัว 26.5% ต่อปี ด้วยจำนวน 5,143 ล้านบาท จากโรงงานผลิตหมึกพิมพ์ ในจังหวัดสมุทรสาคร เป็นสำคัญ

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 49.2 และ 86.9 ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 51.8 และ 87.1 ตามลำดับ สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.1% ต่อปี

ภาคใต้

เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ทั้งจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนจากรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ 39.2% ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ กลับมาขยายตัวอยู่ที่ 18.7% ต่อปี จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอตัว -7.5% ต่อปี

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวได้ดีอยู่ที่ 21.2% และ 48.6% ต่อปี ตามลำดับ นอกจากนี้ เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการ ขยายตัว 662.9% ต่อปี ด้วยจำนวน 3,061 ล้านบาท จากโรงงานอัดเศษโลหะ อัดเศษกระดาษ อัดเศษพลาสติกทั่วไป ในจังหวัดสตูล เป็นสำคัญ เช่นเดียวกับเงินทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการ ขยายตัว 209.2% ต่อปี ด้วยจำนวน 3,216 ล้านบาท จากโรงงานผลิตถุงมือยางทางการแพทย์ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสำคัญ

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 46.9 และ 85.3 ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 49.4 และ 85.8 ตามลำดับ สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.5% ต่อปี

ภาคตะวันตก

เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าทั้งจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรม ปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ขยายตัว 9.9% ต่อปี จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอลง -16.6% ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ขยายตัว 8.7% และ 16.1% ต่อปี ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอลง -19.6% และ -10.4% ต่อปี ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเนื่องจากรายได้เกษตรกรขยายตัว 0.5% ต่อปี

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวได้ดีที่ 18.3% และ 21.1% ต่อปี ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 11.8% และ -28.7% ต่อปี ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 48.6 และ 86.9 ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 51.0 และ 87.1 ตามลำดับ สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.2% ต่อปี

ภาคกลาง

เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนจากรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ 1.7% ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ กลับมาขยายตัวอยู่ที่ 2.2% และ 14.7% ต่อปี ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอตัวร้อยละ -12.5% และ -21.9% ต่อปี ตามลำดับ

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ขยายตัว 36.9% ต่อปี จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ -11.0% ต่อปี นอกจากนี้ เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการ ขยายตัว 101.1% ต่อปี ด้วยจำนวน 946 ล้านบาท จากโรงงานผลิตเครื่องเรือน หรือเครื่องตบแต่งภายในอาคาร จากไม้ แก้ว ยาง หรืออโลหะอื่นๆ ในจังหวัดสิงห์บุรี เป็นสำคัญ เช่นเดียวกับเงินทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการขยายตัว 191.7% ต่อปี ด้วยจำนวน 630 ล้านบาท จากโรงงานผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จในจังหวัดสระบุรีเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 48.6 และ 86.9 ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 51.0 และ 87.1 ตามลำดับ สำหรับ
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.1% ต่อปี

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์