แอสตราเซเนกายืนยัน วัคซีน ‘ใช้ได้ผล’ กับผู้สูงอายุ

อังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 12.40 น. เดลินิวส์

บริษัทแอสตราเซเนกาตอบโต้รายงานของสื่อเยอรมนี ที่อ้างว่าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด “ไม่มีประสิทธิภาพ” กับผู้มีอายุมากกว่า 65 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่า บริษัทแอสตราเซเนกา หนึ่งในผู้ประกอบการด้านชีวเภสัชภัณฑ์รายใหญ่ระดับโลกของสหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีเนื้อหาสำคัญว่า ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว แอสตราเซเนกาและมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซึ่งร่วมกันพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้เผยแพร่ผลการทดสอบทางคลินิกเบื้องต้นของวัคซีนที่คิดค้นขึ้น ลงในวารสารการแพทย์แลนเซต โดยระบุชัดเจนว่า กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้สูงอายุตอบสนองต่อวัคซีนอย่างยอดเยี่ยม

ทั้งนี้ เมื่ออาสาสมัครได้รับวัคซีนโดสที่ 2 ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายสามารถสร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ 100% หลังจากนั้นได้มีการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนอีกระดับ โดยดำเนินการในสหราชอาณาจักรเป็นหลัก แต่ไม่ทดสอบกับผู้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นไปตามวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการคิดค้นวัคซีน คือต้องการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับบุคลากรการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอายุไม่เกินช่วงวัยดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ การกล่าวหาว่าวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด “ไม่ได้ผล” กับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีนั้น “ไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของแอสตราเซเนกาเป็นการตอบโต้รายงานของ “ฮันเดลสบลัตต์” หนึ่งในหนังสือพิมพ์ธุรกิจชื่อดังของเยอรมนี ที่อ่างว่าวัคซีนของแอสเตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด มีประสิทธิภาพเชิงบวกกับกลุ่มผู้มีอายุมากกว่า 65 ปี “เพียง 8-10%” สร้างความกังวลให้กับรัฐบาลเยอรมนี ว่า วัคซีนตัวนี้อาจไม่ได้รับการอนุมัติจากองค์การยาสหภาพยุโรป ( อีเอ็มเอ ) หรืออาจได้รับการอนุมัติภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค และโมเดอร์นา.

เครดิตภาพ : REUTERS

Cr.เดลินิวส์