ผู้เชี่ยวชาญแนะฝรั่งเศสล็อกดาวน์รอบใหม่ต้นเดือนก.พ. เหตุโควิดกลายพันธุ์ยังระบาด

Infoquest

ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงทางการแพทย์เผยว่า ฝรั่งเศสอาจต้องกลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นครั้งที่สามในช่วงเดือนก.พ. ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคเรียน เนื่องจากไวรัสโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ใหม่ยังคงแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้

“เราอาจต้องกลับไปใช้มาตรการควบคุมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการควบคุมที่เข้มงวดมากซึ่งเคยใช้ครั้งแรกเมื่อเดือนมี.ค.ปีที่แล้ว หรืออาจเป็นมาตรการที่ผ่อนปรนซึ่งเคยใช้ในเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา นี่เป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมืองต้องตัดสินใจ” ศาสตราจารย์ฌอง ฟรองซัวส์ เดลเฟรซี หัวหน้าสภาวิทยาศาสตร์และที่ปรึกษาของรัฐบาลด้านโควิด-19 แนะนำให้รัฐบาลฝรั่งเศสรับมือกับโควิด-19 ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ BFM

ศ.เดลเฟรซีกล่าวด้วยว่า การใช้มาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ในช่วงปิดภาคเรียนที่กำลังจะมาถึงเป็นสิ่งที่ควรทำ รวมถึงขยายเวลาปิดภาคเรียนออกไปอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ด้วย

อย่างไรก็ดี รัฐบาลฝรั่งเศสจะนัดประชุมในวันพุธนี้ เพื่อตัดสินใจว่าจำเป็นต้องใช้มาตรการเพิ่มเติมหรือไม่

เขายังกล่าวด้วยว่า การอุบัติของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ในอังกฤษ แอฟริกาใต้ บราซิล และรัฐแคลิฟอร์เนียในขณะนี้ได้เปลี่ยนสถานการณ์การระบาดไปอย่างสิ้นเชิงในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา

“การพบไวรัสสายพันธุ์ใหม่เท่ากับเกิดการระบาดรอบที่สอง”

ศ.เดลเฟรซี

นอกจากนี้ ศ.เดลเฟรซียังคาดว่า ฝรั่งเศสจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ราว 6-8 ล้านคนในช่วงกลางเดือนเม.ย. และกล่าวว่า การคาดการณ์ของนายโอลิวิเยร์ เวอรอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส ที่ระบุว่าน่าจะฉีดวัคซีนได้ 70 ล้านโดสภายในเดือนส.ค.นั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้

“ผมคิดว่าเราจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ไม่น่าเกิน 40% เมื่อถึงสิ้นฤดูร้อนนี้”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ฝรั่งเศสได้ประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิว โดยห้ามไม่ให้ประชาชนออกจากที่พักหลังเวลา 18.00 น. ต่อไปอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อสกัดการระบาดของโควิด-19 ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่โดยเฉลี่ยยังคงเพิ่มขึ้นจาก 18,000 ราย เป็น 20,000 รายต่อวัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์