ยอดติดโควิดในอังกฤษยังพุ่งไม่หยุด แม้ใช้มาตรการล็อกดาวน์กว่าครึ่งเดือน

21 ม.ค. 64 12:39 Infoquest

การประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบที่ 3 ในอังกฤษ ดูเหมือนจะช่วยให้สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยนักวิจัยเตือนว่า การแพร่ระบาดในอังกฤษอยู่ในระดับสูงมาก และไม่มีทีท่าว่าจะลดลงในช่วง 10 วันแรกที่มีบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่

นักวิจัยที่ทำการศึกษาในด้านระบาดวิทยา REACT-1 ของอิมพิเรียลคอลเลจลอนดอน กล่าวว่า การบริการด้านสาธารณสุขจะยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันเป็นอย่างมาก และจำนวนผู้เสียชีวิตก็จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกว่าไวรัสโควิด-19 จะมีอัตราการแพร่ระบาดลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ศาสตราจารย์สตีเวน ไรลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อกล่าวว่า “ขณะนี้จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 (ในโรงพยาบาล) อยู่ในระดับที่สูงมาก และเราไม่คิดว่ายอดผู้ป่วยจะลดลง เว้นแต่เราจะสามารถทำให้การแพร่ระบาดลดต่ำลงได้”

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษ ได้ประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการสั่งปิดบาร์, ร้านอาหาร, โรงเรียน และอนุญาตให้ร้านค้าที่จำเป็นสามารถเปิดดำเนินการได้เท่านั้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังขอร้องให้ประชาชนอยู่บ้านมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความแออัดในโรงพยาบาล และเพื่อให้ทางการได้มีเวลาเตรียมการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้กับผู้สูงอายุและผู้ที่มีความเสี่ยงสูงก่อน

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมในช่วงวันที่ 6-15 ม.ค. ศาสตราจารย์ไรลีย์กล่าวว่า อังกฤษมีอัตราการแพร่กระจายของเชื้ออยู่ที่ 1.58% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มทำการศึกษา REACT-1 มาตั้งแต่เดือนพ.ค.2563 และเพิ่มขึ้นกว่า 50% จากการสำรวจเมื่อกลางเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษเปิดเผยในวันพุธ (20 ม.ค.) ว่า พบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นมากสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1,820 ราย โดยเป็นการเสียชีวิตภายในเวลา 28 วันหลังมีผลตรวจทดสอบเชื้อเป็นบวก แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงจากระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ 68,053 ราย เหลือเพียง 38,905 ราย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์