ญี่ปุ่นฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นช่วงโควิดระลอก 2

19/01/2564 10:57 สำนักข่าวไทย

โตเกียว 19 ม.ค. – ญี่ปุ่นมีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 ในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ระลอกที่ 2 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงและเด็ก

คณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกงและสถาบันผู้สูงอายุในเขตมหานครโตเกียวเผยผลการศึกษาในวารสารวิชาการเนเจอร์ ฮิวแมน บีแฮฟวิเออร์ (Nature Human Behavior) ว่า ช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคมปีที่แล้ว ญี่ปุ่นมีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ทั้งที่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายนมีอัตราการฆ่าตัวตายลดลงร้อยละ 14 โดยพบว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็ก วัยรุ่น และผู้หญิง โดยเฉพาะแม่บ้านไม่เท่ากัน

ผลการศึกษาที่อ้างอิงข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2559-ตุลาคม 2563 ระบุว่า อัตราการฆ่าตัวตายช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายนปีก่อนลดลง เป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น เงินอุดหนุนจากรัฐบาล การลดชั่วโมงทำงาน และการปิดโรงเรียน ขณะที่อัตราการฆ่าตัวตายช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคมเพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะอัตราการฆ่าตัวตายในกลุ่มผู้หญิงที่พุ่งขึ้นถึงร้อยละ 37 สูงกว่าในกลุ่มผู้ชายถึง 5 เท่า เนื่องจากระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยืดเยื้อกระทบต่ออุตสาหกรรมที่มีคนทำงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง มารดาที่ทำงานนอกบ้านมีภาระเพิ่มขึ้น และมีความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ผลการศึกษาดังกล่าวยังพบว่า อัตราการฆ่าตัวตายของเด็กพุ่งสูงถึงร้อยละ 49 ในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 2 สอดคล้องกับในช่วงหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ.

Cr. สำนักข่าวไทย