พาณิชย์ เผยส่งออกพ.ย. -3.65% คาดทั้งปีติดลบไม่เกิน7% ส่วนปี64 โต4%

23 ธ.ค. 63 11:58 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

  พาณิชย์เผยส่งออก พ.ย. ติดลบ 3.65% ด้านนำเข้า ลบ 0.99% เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้น ด้านระบาดโควิด-19 รอบใหม่ เชื่อไม่ล็อกดาวน์ทั้งประเท​ศ พร้อมมั่นใจทั้งปีติดลบไม่เกิน 7% ด้านปี 64 คาดโต 4%

  นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนพ.ย. มีมูลค่า 18,932.66 ล้านดอลลาร์ ติดลบ 3.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 211,385.69 ล้านบาท ติดลบ 6.92%

  ขณะที่การนำเข้าในเดือนพ.ย. มีมูลค่า 18,880.07 ล้านดอลลาร์ ติดลบ 0.99% ด้าน 11 เดือน มีมูลค่า 187,872.73 ล้านดอลลาร์ ติดลบ 13.74% ส่งผลให้ พ.ย. เกินดุลการค้า 52.59 ล้านดอลลาร์ และ 11 เดือน เกินดุลการค้า 23,512.96 ล้านดอลลาร์

  สำหรับการส่งออกในเดือนพ.ย. เป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี แม้ยังมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่เศรษฐกิจโลกมีทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีเรื่องความคืบหน้าในการผลิต และ กระจายวัคซีนต้านโควิด-19 ในหลายประเทศ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งในภาคการผลิต และ การบริโภค โดยสินค้าที่ขยายตัวดี เช่น สินค้าอาหาร เช่น ผัก และ ผลไม้ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง อาหารสัตว์เลี้ยง สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน และ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สินค้าเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อ และ ลดการแพร่ระบาด

  ด้านตลาดส่งออก ตลาดสหรัฐ และ ออสเตรเลีย ยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่หลายตลาดกลับมาเป็นบวก เช่น ตลาดญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ มาเลเซีย ขณะที่การค้าชายแดนของไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV ยังได้รับผลกระทบจากกลับมาแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ ต.ค.​ที่ผ่านมา

  ” ยืนยันว่า การส่งออกจะติดลบไม่เกิน 7% แน่นอน และ ในปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวได้ 4% โดยการส่งออกไทยได้รับปัจจัยบวกจากความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวชัดเจน ซึ่งในภาพรวมคาดว่า จะส่งผลดีต่อการส่งออกในเดือนสุดท้ายของปี และ หากไทยได้รับวัคซีนช่วงกลางปี 64 จะฟื้นความเชื่อมั่นได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยว และ เศรษฐกิจไทยกลับมาขยายตัวได้” นางสาวพิมพ์ชนก กล่าว 

  นอกจากนี้ เชื่อว่า แม้จะมีโควิด-19 ระบาดในหลายพื้นที่ แต่จากนโยบายการป้องกันโควิดทั่วโลก รวมถึงไทย เชื่อว่า หลังจากนี้จะไม่มีการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ แต่จะปิดเป็นจุดเท่านั้น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่รุนแรง ขณะเดียวกันมองว่า หากสามารถจำกัดวงของโควิด-19 ได้ และ มีวัคซีน เชื่อว่า ราคาน้ำมันน่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ดีตามความต้องการของโลก

  ส่วนปัจจัยลบที่ยังต้องติดตาม คือ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่อาจยืดเยื้อ และ ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อทั่วโลก สถานการณ์การแพร่ระบาดในสมุทรสาคร ที่จะต้องควบคุมไม่ให้เกิดการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกสินค้าอาหารทะเลของไทย ในขณะเดียวกัน ปัจจุบันผู้ส่งออกประกับปัญหาขาดแคลนตู้สินค้า ซึ่งหลังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวประเทศต่างๆ จะกลับมาส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นจึงต้องเร่งแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้กระทบต่อการส่งออกในอนาคต

  ด้านค่าเงินบาทที่แข็งค่ายอมรับว่า ส่งผลกระทบ แต่เชื่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด และ มีนโยบายที่เหมาะสมออกมา โดยมองว่า เรื่องเงินบาทที่แข็งค่าเป็นนโยบายที่กำลังของกระทรวงพาณิชย์

รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  กรณัช พลอยสวาท 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 

Cr.Efinancethai