อังกฤษ-อียู เจรจา Brexit ส่อเค้าล่ม! “บอริส จอห์นสัน” รับสถานการณ์น่าวิตก

Infoquest

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า การเจรจาการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าวิตก และขณะนี้มีแนวโน้มอย่างมากว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลง เว้นแต่ EU จะเปลี่ยนแปลงจุดยืนของตน

ส่วนนายไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีประจำสำนักคณะรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า โอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงมีน้อยกว่า 50%

ทางด้านนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของ EU กล่าวว่า การเจรจามีความคืบหน้า แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในบางประเด็น โดยเฉพาะในด้านการประมง

นายจอห์นสันเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า อังกฤษพร้อมที่จะยุติการเจรจาการค้ากับ EU และจะแยกตัวออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง (no-deal Brexit)

“เราจะยังคงมีความมั่งคั่งภายใต้การค้าในรูปแบบต่างๆ และถ้าเราจำเป็นต้องใช้รูปแบบของออสเตรเลียก็ไม่มีปัญหา” เขากล่าว

ทั้งนี้ ออสเตรเลียไม่ได้มีการทำข้อตกลงการค้าเสรีกับ EU โดยทั้งสองฝ่ายดำเนินการค้าภายใต้กฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO)

EU เตือนอังกฤษเวลาเหลือน้อยลงทุกทีในการบรรลุดีล Brexit

ทางด้านนายมิเชล บาร์นิเยร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้แทนการเจรจาฝ่าย EU กล่าวว่า อังกฤษและ EU มีเวลาเหลืออีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการทำข้อตกลงการค้าสำหรับการบังคับใช้หลังจากที่อังกฤษแยกตัวออกจาก EU

“ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลง แต่แนวทางที่จะไปสู่การทำข้อตกลงดังกล่าวก็แคบลงทุกที เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าวิตก ขณะที่เหลือเวลาเพียงเล็กน้อย โดยมีอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการเจรจา ถ้าเราต้องการให้ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2564”

นายบาร์นิเยร์กล่าวต่อรัฐสภายุโรปในวันนี้ (18 ธ.ค.)

นายบาร์นิเยร์ยืนยันว่า EU จะไม่ยอมลงนามในข้อตกลงซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบตลาดเดี่ยวของ EU ที่มีผู้บริโภคมากถึง 450 ล้านคน

ผู้นำยุโรปต่างมองว่าอังกฤษกำลังต้องการได้ประโยชน์ทั้ง 2 ทาง โดยหวังที่จะยังคงได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าในการเข้าสู่ตลาดของ EU พร้อมกับการกำหนดกฎระเบียบของตนเอง

ทั้งนี้ อังกฤษและ EU ยังคงมีความขัดแย้งกันในประเด็นการประมง และการที่ EU กำหนดข้อบังคับให้มีการลงโทษอังกฤษ หากมีการละเมิดข้อตกลง

หากอังกฤษและ EU ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงก่อนวันที่ 1 ม.ค.2564 ก็จะทำให้อังกฤษแยกตัวออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง ส่งผลให้อังกฤษสูญเสียสิทธิพิเศษทางการค้ากับ EU และทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องดำเนินการค้าภายใต้กฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO)

นอกจากนี้ ภาวะ no-deal Brexit จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอังกฤษและยุโรป และสร้างความตื่นตระหนกต่อตลาดการเงิน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์