สหรัฐจะใช้วัคซีนโควิดของไฟเซอร์ ‘ในกรณีฉุกเฉิน’

ศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2563 เวลา 08.31 น. เดลินิวส์

คณะที่ปรึกษาของคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐ แนะนำการใช้งานวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ “ในกรณีฉุกเฉิน”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ว่าที่ประชุมคณะที่ปรึกษาจากภายนอกของคณะกรรมการอาหารและยา ( เอฟดีเอ ) มีมติเสียงข้างมาก 17 ต่อ 4 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง ว่าวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งผลิตโดยบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ ร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี “มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ” สำหรับ “ใช้งานในกรณีฉุกเฉิน” ในผู้ใหญ่และผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี

  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐ เกิดขึ้นท่ามกลางคำถามที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับวัคซีนตัวนี้ หลังสหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรกของโลกซึ่งเริ่มแจกจ่ายวัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทคให้แก่ประชาชน ตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา และต่อมามีรายงานการเกิดผลข้างเคียงกับผู้เข้ารับวัคซีนอย่างน้อย 2 คน ที่มีโรคประจำตัวคือภูมิแพ้ จนมีการออกคำเตือนในเวลาต่อมา ให้ผู้ป่วยโรคนี้เลื่อนกำหนดการเข้ารับวัคซีนออกไปก่อน

  ขณะเดียวกัน คณะทำงานของเอฟดีเอ “ยังไม่ได้ข้อสรุป” เกี่ยวกับการแนะนำหญิงมีครรภ์ ในการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค โดยกล่าวว่า “ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ”  ด้านไฟเซอร์ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการต่อเรื่องนี้ แต่เรื่องการเตรียมผลิตวัคซีนเพิ่มอีกประมาณ 25 ล้านโดส เพื่อการฉีด 2 โดส ต่อ 1 คน ภายในสิ้นปีนี้่ สำหรับใช้งานภายในสหรัฐ

  ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าคณะทำงานของเอฟดีเอจะพิจารณาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัทโมเดอร์นา ตามด้วยวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ที่บริษัทยืนยันว่า สามารถฉีดเพียงโดสเดียวได้ และวัคซีนซึ่งผลิตโดยสหราชอาณาจักร คือบริษัทแอสตราเซเนกา ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด.

Cr. เดลินิวส์