กกร.ปรับจีดีพีปีนี้เป็นติดลบ 7-6% จากเดิมติดลบ 9-7% ส่วนปี 64 โต 2-4%

2 ธ.ค. 63 12:22 น. สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

 กกร. ปรับประมาณการณ์จีดีพีไทยปีนี้ดีขึ้นเป็น -7% ถึง -6% จากเดิม -9% ถึง -7% ส่วนส่งออกหดตัว -8% ถึง -7% ส่วนปีหน้ามองจีดีพีขยายตัวได้ในกรอบ 2% ถึง 4% ขณะที่ส่งออกขยายตัวในกรอบ 3.0% ถึง 5.0% พร้อมกระทุ้งรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง

  นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า กกร. ได้ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ดีขึ้น โดยที่จีดีพีปี 63 จะหดตัวในกรอบ -7.0% ถึง -6.0% จากเดิม -9% ถึง -7% ขณะที่การส่งออกจะหดตัวในกรอบ -8.0% ถึง -7.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะหดตัวอยู่ในกรอบ -1.0% ถึง -0.9%

          สำหรับเศรษฐกิจโลกและไทยในไตรมาส 4/63 แผ่วลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/63 โดยความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 และ ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงโค้งสุดท้ายของไตรมาส 4/63

  อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวมีสัญญาณแผ่วลง โดยการส่งออกของไทยยังได้รับผลกระทบทางอ้อมจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้นภายหลังจากการกลับมาระบาดที่รุนแรงขึ้นในหลายประเทศ

          ส่วนปี 64 แม้เศรษฐกิจไทยจะได้รับแรงสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญในระยะข้างหน้า ที่ประชุม กกร. จึงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 64 จะขยายตัวได้ในกรอบ 2% ถึง 4% ขณะที่การส่งออกจะขยายตัวในกรอบ 3.0% ถึง 5.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะอยู่ในกรอบ 0.8% ถึง 1.2%

          ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยปี 64 จะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ภาคการส่งออกของไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น ในหลังจากมีการใช้วัคซีนในวงกว้างในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเศรษฐกิจโลกยังน่าจะได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ เศรษฐกิจจีนที่ขยายตัวต่อเนื่อง แต่เศรษฐกิจไทยจะยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนกว่า 10% ของจีดีพีที่ยังฟื้นตัวได้อย่างจำกัด รวมถึงตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง

  ในขณะที่ภาครัฐยังต้องเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 64 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อของครัวเรือนที่มีความต่อเนื่องยังคงมีความจำเป็นในการประคับประคองเศรษฐกิจประเทศ นอกจากนี้ การลงทุนของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญจะเป็นแรงสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ และ สร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว

  ทางด้านมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมท่องเที่ยว ทางสมาคมโรงแรมไทยได้มาเสนอในที่ประชุม กกร. ขอให้ภาครัฐพิจารณาข้อเสนอ 2 มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan)

       สำหรับกรณีหนี้คงเหลือเดิมปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นคงที่ 2% พร้อมทั้งพักการชำระเงินต้น และ ดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 2 ปี และ ขอวงเงินสนับสนุนเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ธุรกิจไทย อนุมัติปล่อยสินเชื่อได้ไม่เกินรายละ 60 ล้านบาท/โรงแรม ในอัตราดอกเบี้ย 2% ปลอดการชำระเงินต้นและ ดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 2 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วให้แปลงเป็นสินเชื่อระยะยาวดอกเบี้ยต่ำผ่อนชำระกับธนาคารพาณิชย์ หากลูกค้ามีหลักประกันไม่พอ ขอให้ บสย. หรือรัฐบาลเป็นผู้จัดตั้งกองทุนค้ำประกัน และ ไม่จำกัดสิทธิสำหรับโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีวงเงินรวมเกิน 500 ล้านบาท

  มาตรการสนับสนุนเงินเดือนค่าจ้าง 50% Co-payment เพื่อรักษาการจ้างงาน สนับสนุนให้นายจ้าง หรือ เจ้าของสถานประกอบการจ้างพนักงานเดิมจำนวน 200,000 คน (จำนวนไม่เกิน 30% ของจำนวนพนักงานปัจจุบัน) ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ปี

  นอกจากนี้ ทางกกร.ได้มีการหารือเรื่อง ปัญหาขาดแคลนตู้สินค้าอย่างรุนแรง โดยคาดว่า ปัญหาการขาดแคลนตู้จะคลี่คลายในช่วงไตรมาส 2/64 ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราค่าระวางเรือ และ ต้นทุนสินค้าของประเทศไทยด้วย โดย กกร.มีข้อเสนอ ดังนี้ การแก้ปัญหาระยะสั้น เสนอให้สมาคมผู้ส่งออกสินค้าประเภทต่างๆ ประสานเจรจากับสายเดินเรือต่างๆ โดยตรง เพื่อจัดทำสัญญาการใช้บริการ (Service Contract) ที่ระบุข้อตกลงในเรื่องค่าระวางเรือและการจัดสรรระวางเรือและจำนวนตู้สินค้าที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย

  พร้อมส่งเสริมให้สายเดินเรือนำเรือแม่ขนาดใหญ่ของเส้นทางหลัก เช่น สายเอเชีย-ยุโรป สายเอเชีย-อเมริกา สายเอเชีย-ตะวันออกกลาง ฯลฯ เข้ามาเปิดบริการวิ่งตรง (Direct call service) ที่ท่าเรือแหลมฉบังให้มากขึ้น โดยเสนอให้กรมเจ้าท่า ปรับปรุงกฎระเบียบการนำร่องเรือเข้าเทียบท่าเรือแหลมฉบังที่ได้จำกัดความยาวเรือตลอด ไว้ที่ 300 เมตร ให้เพิ่มขึ้นเป็น 400 เมตร

  ตลอดจนเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนส่งเสริมการนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่าเข้ามาในประเทศไทย โดยการปรับลดอัตราค่าภาระขนถ่าย และ ค่าภาระหน้าท่าสำหรับการนำเข้าตู้เปล่า เพื่อลดต้นทุนการนำเข้าตู้เปล่าเข้ามา ซึ่งจะสร้างแรงจูงใจให้สายการเดินเรือนำเข้าตู้เปล่าเข้ามาเก็บไว้ในประเทศไทยมากขึ้น และ ยังจะช่วยสร้างงาน และ สร้างรายได้ให้แก่ภาคธุรกิจการบริการซ่อมแซมบำรุงรักษาตู้คอนเทนเนอร์ในประเทศไทยอีกด้วย

  อีกทั้ง กกร.ได้มีการหารือถึงการใช้แอพพลิเคชันด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจร อาทิ จองโรงแรม ที่พักภายในประเทศ จองตั๋วเครื่องบิน และ ร้านอาหาร ซึ่งขณะนี้มีแอพพลิเคชัน TAGTHAi (ทักทาย) โดยเป็นแอพพลิเคชัน ที่หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้พัฒนาร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน

  โดยที่ประชุม กกร. จึงเห็นควรสนับสนุนและร่วมมือกัน โปรโมท ต่อยอดให้มีการใช้แอพพลิเคชัน TAGTHAi อย่างแพร่หลาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และพัฒนาการท่องเที่ยวให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ยังขอให้ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้มีการใช้จ่ายของภาครัฐ และ เร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐอย่างต่อเนื่อง 

เรียบเรียง  กรณัช พลอยสวาท 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 

Cr:Efinancethai