การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในโลก VUCA

Dec 01 , 2020. ทันหุ้น

หลายท่านคงเคยผ่านหูผ่านตาคำว่า  VUCA (ย่อมาจากคำสี่คำว่า Volatile ผันผวน Uncertain ไม่แน่นอน Complex  ซับซ้อน และ Ambiguous ครุมเครือไม่ชัดเจน) มาบ้างไม่มากก็น้อย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา  VUCA  ซึ่งเดิมเป็นคำที่วงการทหารอเมริกาใช้เรียกสถานการณ์ทางทหารในช่วงหลังสงครามเย็น  ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในแวดวงธุรกิจ การบริหารองค์กร และการลงทุน  อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 2 ท่านล่าสุด ดร.ประสาร  ไตรรัตน์วรกุล และ ดร.วิรไท สันติประภพ  ก็นำไปใช้บรรยายภาวะเศรษฐกิจในสุนทรพจน์และคำให้สัมภาษณ์หลายต่อหลายครั้ง

การระบาดของโควิด-19  เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของโลก VUCA โดยในมิติของความผันผวน ใครจะคาดคิดว่า  การระบาดของเชื้อโรคที่เป็นญาติกับ SARS ที่ระบาดเมื่อเมื่อปี 2547  จะทำให้เศรษฐกิจโลกที่ไม่กี่ปีก่อนหน้ายังขยายตัวดีหดตัวสูงสุดในรอบหลายสิบปี  นอกจากนี้ ยิ่งมองผ่านเลนส์ของตลาดการเงินยิ่งเห็นความผันผวนชัดเจน  แต่ละครั้งที่มีข่าวดีหรือข่าวร้ายเกี่ยวกับวัคซีนและยารักษา  เราจะเห็นตลาดการเงิน โดยเฉพาะตลาดหุ้น เด้งรับข่าวดี  หรือปรับลดลงตามข่าวร้ายอยู่บ่อยๆ 

ในมิติของความไม่แน่นอน  ในช่วงแรกๆ ที่สถานการณ์เริ่มบานปลายในหลายประเทศ  เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า จะมีผู้ติดเชื้อกี่ราย ผู้เสียชีวิตกี่ราย  เศรษฐกิจจะเสียหายแค่ไหน  ประมาณการเศรษฐกิจทั่วโลกถูกปรับลดแล้วลดอีกแทบจะรายวัน แม้ในปัจจุบัน  ข่าวการค้นพบวัคซีนจะลดความไม่แน่นอนลงอย่างมีนัย   แต่เราก็ยังไม่รู้ปัญหาจะจบจริงเมื่อไร

ในมิติของความซับซ้อน  ด้วยความที่โควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่  ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาโรคนี้มีน้อยมาก เมื่อกลางเดือนตุลาคม  องค์การอนามัยโลก (WHO) พึ่งออกมาบอกว่า ยา Remdesivir  ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้รักษาตอนที่เขาติดเชื้อโควิด-19  มีผลน้อยมากในการรักษาผู้ป่วยอาการรุนแรง  ก็ได้แต่หวังว่าด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน  จะมีข่าวดีเรื่องยารักษาตามหลังข่าววัคซีนมาในเร็ววัน

สุดท้าย  ในมิติของความครุมเครือ ถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ชัดเจนว่า  ในปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไทยมากน้อยขนาดไหน  แม้ปีหน้าน่าจะมีวัคซีนใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศแล้ว  แต่ในไทยเองอาจจะยังมีการแจกจ่ายไม่ทั่วถึง ซึ่งมีความเป็นไปได้  เพราะเรามีความตกลงกับผู้ผลิตวัคซีนแค่บริษัทเดียว และในแง่ของมนุษยธรรม  เราอยู่ลำดับท้ายๆที่จะได้รับความช่วยเหลือ  เนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อน้อย ในสถานการณ์แบบนี้  นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกล้าเข้ามาไทยมากน้อยแค่ไหน  ไทยเองจะกล้าเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากน้อยแค่ไหน  ต้องอย่าลืมว่าวัคซีนป้องกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์  และยังไม่มียารักษาที่มีประสิทธิภาพสูง  ซึ่งถ้าปีหน้ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาน้อยมาก  สมมติว่าแค่หลักล้านต้นๆ  เศรษฐกิจที่คาดกันว่าจะขยายตัวได้ร้อยละสามร้อยละสี่  ก็อาจจะไม่ขยายตัวเลยก็เป็นได้

การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในโลกที่เป็น  VUCA เราไม่สามารถมองเฉพาะกรณีที่เป็นไปได้มากที่สุด  หรือที่เรียกกันว่ากรณีฐาน ในภาษาของนักพยากรณ์เศรษฐกิจได้  แต่ต้องมองเผื่อถึงกรณีเลวร้ายไว้ด้วย ทำนองว่า Hope for the best, prepare  for the worse ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ ธปท. เริ่มเห็นว่าการระบาดของโควิด-19  ทำให้ความไม่แน่นอนของการทำประมาณการสูงขึ้นมาก การประมาณการเศรษฐกิจของ  ธปท. จะทำเป็นหลายฉากทัศน์ (Scenario) มาโดยตลอด  เพื่อให้คณะกรรมการนโยบายการเงินรับทราบความไม่แน่นอนของประมาณการ  และมีข้อมูลในการตัดสินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสม

ในส่วนของการดำเนินนโยบายด้านสถาบันการเงิน  การเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์เลวร้ายถือเป็นแนวปฏิบัติ  ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธปท. ได้จัดให้มีการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress test)  สำหรับธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) เป็นประจำทุกปี ทั้งการทดสอบที่ ธปท. จัดทำเอง  หรือที่ให้แต่ละธนาคารจัดทำโดยใช้สถานการณ์จำลองที่ ธปท. กำหนด  หากพบว่าธนาคารใดมีเงินกองทุน/สภาพคล่องไม่เพียงพอในภาวะวิกฤต  ธนาคารดังกล่าวจะต้องเสนอแผนการเพิ่มทุน/สภาพคล่องให้ ธปท. พิจารณา  โดยล่าสุด พบว่า แม้ในสถานการณ์ที่วิกฤตโควิด-19  ฉุดเศรษฐกิจไทยติดลบยาวสองปี ระบบ ธพ.  ไทยก็ยังมีเงินกองทุนสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ ธปท. กำหนด  ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ ธปท. อนุญาตให้ ธพ.  สามารถจ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานของปีนี้ได้

นอกจากการประเมินความเปราะบางของระบบ  ธพ. แล้ว ธปท. ยังมีการทดสอบการทำงานของผู้ทำนโยบายในภาวะวิกฤตด้วย  โดยทุกปี ธปท.  จะมีการซ้อมกระบวนการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันการเงินในสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน  โดยผู้เข้าร่วมการทดสอบ ซึ่งรวมถึงคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน  จะไม่ทราบสถานการณ์จำลองล่วงหน้า คล้ายกับการซ้อมหนีไฟของอาคารสำนักงาน  เพื่อทดสอบความพร้อมในการรับมือกับภาวะวิกฤต ทั้งระบบงาน  การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายงาน และกระบวนการการตัดสินใจ

อย่างไรก็ดี  เนื่องจากการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19  ต้องอาศัยการประสานกันระหว่างนโยบายการเงินและนโยบายด้านสถาบันการเงิน  ในเดือนแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ผู้ว่าการ ธปท. ท่านปัจจุบัน ดร. เศรษฐพุฒิ  สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้มอบหมายให้ฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน  ซึ่งเป็นตัวเชื่อมระหว่างงานด้านนโยบายการเงินและงานด้านนโยบายสถาบันการเงินของ  ธปท. จัด Scenario Planning Workshop  ให้กับผู้บริหารระดับสูงทั้งด้านนโยบายการเงินและด้านนโยบายสถาบันการเงิน  ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองด้านมาคุยฉากทัศน์ร่วมกัน  โดยมีผู้ว่าการ และรองผู้ว่าการ ธปท. เป็นผู้สังเกตการณ์

ในการการจัด  Workshop นี้ ผู้ว่าการเศรษฐพุฒิมีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ ข้อแรก  คือให้ผู้บริหารทั้งสองด้านเห็นภาพและความรุนแรงของปัญหาที่สอดคล้องกัน  ทั้งในมิติของภาคเศรษฐกิจจริงและมิติของภาคสถาบันการเงิน  ซึ่งความเข้าใจร่วมกันมีความจำเป็นมากในการออกแบบชุดนโยบาย  เพราะถ้านโยบายมุ่งดูแลภาคใดภาคหนึ่งสุดโต่งเกินไป  จะทำให้อีกภาคหนึ่งเสียหายได้ และสุดท้ายก็อาจจะพังทั้งสองภาคอยู่ดี เช่น  มาตรการพักหนี้เป็นนโยบายที่ช่วยธุรกิจและครัวเรือนที่ประสบปัญหาสูญเสียรายได้ฉับพลันได้มาก  แต่ต้องแลกกับรายได้ที่หายไปของสถาบันการเงิน ถ้าพักไม่นานก็คุ้ม  แต่ถ้าพักนานไป ก็จะสะเทือนสถานะของสถาบันการเงินได้ 

ในอีกด้านหนึ่ง   นโยบายที่มุ่งให้สถาบันการเงินเพิ่มการกันสำรองหนี้เสียและคงเงินกองทุนไว้ในระดับสูง  ในยามปรกติเป็นนโยบายที่ดี  ซึ่งประเทศไทยได้รับคำชมเชยจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือมาตลอด  เพราะทำให้ระบบสถาบันการเงินมั่นคง แต่ในยามปัจจุบัน  ถ้าตั้งเป้าไว้สูงเกินไป สถาบันการเงินก็ต้องพยายามเอาตัวเองให้รอดก่อน  ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุด คือ การลดการปล่อยสินเชื่อ หรือที่เรียกกันเล่นๆว่า  สถาบันการเงิน “หุบร่ม”   ซึ่งผู้รับเคราะห์ก็จะเป็นธุรกิจและครัวเรือนที่ต้องการเงินไปหล่อเลี้ยงการดำเนินธุรกิจและการดำรงชีพ

วัตถุประสงค์ข้อที่สอง  ซึ่งสำคัญกว่าข้อแรก คือ  การวางมาตรการสำหรับอนาคตซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าวิกฤตโควิด-19 จะจบลงเมื่อไร  โดยเฉพาะในกรณีเลวร้าย  จะมีประเมินว่ามาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบันมีความเพียงพอแค่ไหน  จุดไหนคือจุดที่จะไม่พอ (Threshold) และถ้าไม่พอ  จะต้องเพิ่มขนาดของมาตรการมากน้อยแค่ไหน ต้องทำมาตรการอะไรเพิ่มเติม  เงื่อนไขของเวลาเป็นอย่างไร ฝ่ายงานไหนต้องทำอะไร  และถ้าอยู่นอกเหนือขอบเขตที่ ธปท. ทำได้ จะต้องทำอย่างไร

มองไปข้างหน้า  ข้อกังวลที่สุดจาก Workshop นี้ คือ ผู้ประกอบการที่ยังมีศักยภาพจำนวนมาก  โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs จะไม่สามารถไปต่อได้  เพราะขาดรายได้และสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ  ขณะที่สถาบันการเงินก็กังวลว่า ในภาวะปัจจุบัน  ถ้าปล่อยสินเชื่อไปแล้วจะกลายเป็นหนี้เสีย จึงไม่กล้าปล่อยสินเชื่อให้  ซึ่งถ้ามีธุรกิจที่มีศักยภาพแต่ประสบปัญหาสภาพคล่องชั่วคราวจำนวนมากต้องล้มหายตายจากไป  ก็จะกระทบทั้งการจ้างงาน และความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในอนาคต  ปิดโอกาสที่ไทยจะก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง ในภาวะแบบนี้ 

(1) การค้ำประกันสินเชื่อโดยภาครัฐ  เพื่อลดความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการชำระคืนให้กับสถาบันการเงิน (2)  การเร่งปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อลดภาระหนี้ให้กับลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพ และ  (3) การบริหารจัดการหนี้เสียที่จะเพิ่มขึ้นในระบบสถาบันการเงิน  เพื่อช่วยลดภาระให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ ควบคู่ไปกับ  (4) การรักษาดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ และ (5)  การกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของนโยบายการคลัง  จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาเศรษฐกิจไทยให้พ้นจากวิกฤตโควิด-19  ได้อย่างบอบช้ำน้อยที่สุด

ฉากทัศน์ประกอบการทำ Scenario Planning Workshop

ที่มา : ดร.ดอน นาครทรรพ ฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

——————————————————————————–

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม

ผู้สื่อข่าวอาวุโส : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม

Cr:ทันหุ้น