ผลวิจัยชี้ยอดติดเชื้อโควิดในอังกฤษลดลง 30% หลังล็อกดาวน์ทั่วประเทศ

Infoquest

ผลวิจัยซึ่งอิมพิเรียล คอลเลจ ลอนดอน ดำเนินการร่วมกับอิปซอสส์ โมริ (Ipsos MORI) ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในอังกฤษลดลง 30% หลังรัฐบาลอังกฤษประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นเวลานานเกือบ 1 เดือน ขณะที่อัตราการเพิ่มจำนวนของไวรัสก็ลดลงด้วยเช่นกัน

ผลวิจัยดังกล่าวเป็นการเก็บข้อมูลจากกลุ่มอาสาสมัครจำนวน 100,000 คน ซึ่งพบว่า ระดับการติดเชื้อลดลง 30% โดยมีผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 96 รายต่อประชากร 10,000 คนในระหว่างวันที่ 13-24 พ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับผลวิจัยที่ดำเนินการเมื่อวันที่ 16 ต.ค.-2 พ.ย. ซึ่งมีผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 130 รายต่อประชากร 10,000 คน

แถลงการณ์ที่ออกโดยกรมสาธารณสุขระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ในช่วงที่อังกฤษเริ่มเข้าสู่การล็อกดาวน์นั้น จำนวนผู้ติดเชื้อกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ลดลงหลังมีการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศได้เป็นผลสำเร็จ

อย่างไรก็ดี นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ถูกวิจารณ์เรื่องการตัดสินใจใช้มาตรการล็อกดาวน์จากสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมด้วยกันเอง โดยสมาชิกบางรายระบุว่า การล็อกดาวน์เป็นการละเมิดเสรีภาพของประชาชนโดยไม่จำเป็น ขณะที่พรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่านายจอห์นสันตัดสินใจช้าเกินไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์