นายกฯ ขอบคุณสหรัฐเชื่อมั่นและลงทุนในไทยต่อเนื่อง ร่วมฟื้นอาเซียนหลังโควิด

Infoquest

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังร่วมประชุมกับสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน ที่กระทรวงการต่างประเทศว่า มีความเห็นตรงกันที่จะมีการปรับเปลี่ยนในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ

ซึ่งไทยได้เตรียมการไว้ก่อนหน้านี้ในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เพื่อให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ทั้งการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้น และการยกระดับฝีมือแรงงาน

โดยวันนี้ได้หารือกับ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์, กลุ่มเครื่องดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์, กลุ่มยาสูบ, กลุ่มอุตสาหกรรม, กลุ่มพลังงาน, กลุ่มโลจิสติกส์และบริการ, กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา, กลุ่มประกันภัย และกลุ่มบริษัทเครดิต ซึ่งทั้งหมดประกอบกิจการอยู่ในประเทศไทย ซึ่งตนได้เชิญชวนทุกกลุ่มอุตสาหกรรมให้มาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยให้สอดคล้องกับโลกในยุคดิจิทัล

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ขอบคุณและชื่นชมที่สหรัฐฯ ลงทุนกับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และได้ให้ความมั่นใจในศักยภาพ เสถียรภาพ และความเข้มแข็งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ซึ่งสหรัฐฯ ยินดีที่จะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องใน 3 ด้านด้วยกัน ซึ่งเชื่อมั่นว่าภาคเอกชนสหรัฐฯ สามารถมีบทบาทสนับสนุนการดำเนินความร่วมมือเหล่านี้ได้ ได้แก่ 1.ด้านการส่งเสริมความมั่นคงด้านสาธารณสุข โดยให้ความสำคัญกับการวิจัย และการผลิตยาและวัคซีนต้านโควิด-19 2.ด้านการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค ด้วยการสร้างความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานสินค้า และ 3.ด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต การฝึกอบรมด้านเทคนิคและอาชีวศึกษาในสาขาใหม่ๆ และการพัฒนาทักษะภาษา

นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมทุกบริษัทที่ล้วนเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ซึ่งรัฐบาลพร้อมจะให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวกอย่างดีที่สุด และย้ำไทยให้ความสำคัญโครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ขอเชิญชวนให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ ร่วมขยายการลงทุน ยินดีที่ภาคเอกชนสหรัฐฯ เชื่อมั่นสนใจเพื่มการลงทุนในไทย และที่ EEC อย่างต่อเนื่อง

ด้านเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่เหมาะสมต่อการลงทุน หากมีการเอื้ออำนวยและส่งเสริมสภาวะแวดล้อมที่ดีต่อการลงทุน ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีศักยภาพในด้านการลงทุนอย่างยิ่งในโลก พร้อมกล่าวชื่นชมการรับมือกับการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของไทย ที่ประสบสำเร็จและได้รับการยอมรับเป็นที่ประจักษ์

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประธาน USABC กล่าวชื่นชมการจัดการโรคโควิด-19 ของรัฐบาล ทำให้ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนของสหรัฐฯ โดยไทยเป็นตลาดการค้าที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูอาเซียนภายหลังโรคโควิด-19 ทั้งนี้ USABC ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อแสวงหาความร่วมมือใน 3 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมความร่วมมือด้านสาธารณสุข การสร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภค และการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยินดีร่วมมือกับไทยในการแจกจ่ายวัคซีนอย่างทั่วถึงและราบรื่น พร้อมหวังว่าประเทศไทยจะเปิดเสรีในการเดินทางข้ามพรมแดนมากขึ้น เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว ขณะที่นักลงทุนได้มีการเสนอให้ไทยมีการพัฒนาแหล่งพลังงาน เพื่อนำไปสู่การจ้างงานอีกจำนวนมาก รวมถึงการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อเดินหน้าไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต และเสนอให้ไทยพัฒนาอาคารประหยัดพลังงาน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์