“สี จิ้นผิง” ให้คำมั่นจีนเปิดเสรีการค้า-การลงทุน หนุนระบบการค้าพหุภาคี

Infoquest

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม APEC CEO Dialogues ก่อนที่การประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) จะจัดขึ้นในวันศุกร์นี้
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน กล่าวสนุทรพจน์ในการประชุม APEC CEO Dialogue ผ่านวิดีโอลิงค์ก่อนการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย – แปซิฟิก (APEC) ซึ่งจัดโดย APEC Malaysia (ภาพ: รอยเตอร์)

ในโอกาสนี้ ปธน.สีได้แสดงความหวังว่า ประชาคมธุรกิจในเอเชีย-แปซิฟิกจะร่วมมือกันส่งเสริมการเปิดกว้างและการพัฒนา รวมทั้งหาทางผลักดันการเติบโตโดยใช้การนวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อน โดยนายสีคาดหวังว่า ประเทศเอเชีย-แปซิฟิกจะเป็นหุ้นส่วนกันในความร่วมมือที่จะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และบรรลุเป้าหมายการมีความรับผิดชอบต่อสังคม

ทั้งนี้ ปธน.สีเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันเพื่อนำอนาคตที่สดใสมาสู่ทั้งเอเชีย-แปซิฟิกและทั่วโลก พร้อมกับย้ำว่า จีนยังคงสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี และให้คำมั่นว่า การเปิดกว้างด้านนโยบายของจีนนั้น จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยจีนจะเดินหน้าปรับปรุงการเปิดเสรีด้านการค้าและการลงทุน เพื่อนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีคุณภาพสูงกับอีกหลายประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ ปธน.สีกล่าวว่า จีนมีความเชื่อมั่นและมีความสามารถอย่างเต็มเปี่ยมในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ และจีนมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายการสร้างสังคมที่เจริญรุ่งเรืองปานกลางในทั่วทุกภาคส่วน และเชื่อว่าจีนจะบรรลุเป้าหมายการขจัดความยากจนในช่วงเวลาที่กำหนดไว้

ถ้อยแถลงของปธน.สีมีขึ้นก่อนที่การประชุมเอเปคอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันศุกร์นี้ ขณะที่ทั่วโลกจับตาปธน.โดนัลด์ ทรัมป์เตรียมเป็นตัวแทนของสหรัฐเข้าร่วมการประชุมทางไกลของกลุ่มเอเปคในวันศุกร์ ซึ่งปธน.สีจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวเช่นกัน

มาเลเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคในสัปดาห์นี้ และการเข้าร่วมการประชุมเอเปคของปธน.ทรัมป์จะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เขาเข้าร่วมในปี 2560

ข่าวการเข้าร่วมการประชุมเอเปคของปธน.ทรัมป์มีขึ้น หลังจากที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่าสหรัฐกำลังสูญเสียอิทธิพลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้แก่จีน จากการที่ผู้นำกลุ่มสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งมีสมาชิก 10 ประเทศ และคู่เจรจา 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้ลงนามในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยสหรัฐไม่มีส่วนร่วมในความตกลงดังกล่าว ซึ่งถือเป็นความตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมประชากรโลกเกือบหนึ่งในสาม และมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ราว 30% ของทั้งโลก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์